วนกลับมาอีกครั้งกับฤดูใบไม้ผลิที่ญี่ปุ่น ปีนี้ผมก็ได้ไปเที่ยว ไปเจอสถานที่ใหม่ๆและเช่นเคย ผมเลยนำเอามาแบ่งปันให้เพื่อนๆทุกคนได้ชมกัน พร้อมทั้งมีข้อมูลเล็กๆน้อยๆมาฝากด้วย มีที่ไหนบ้างไปชมกันครับ

แต่ก่อนที่จะเล่าเรื่องราวและรูปภาพของปีนี้ หากใครสนใจภาพซากุระ ปีที่แล้วผมก็ได้มีเขียนไว้แล้วรอบนึง ลองเข้าไปชมกันได้ที่นี่ครับ

1. Matsuda (松田)

KDF_6065_1_KnotMirai

เนื่องจากซากุระที่นี่เป็นพันธุ์ Kawazu เพราะฉะนั้นจะบานไวกว่าซากุระพันธุ์อื่นๆ โดยช่วงที่ผมไปคือช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซากุระช่วงนั้นก็เริ่มเขียวแล้ว ถ้าใครจะตามรอย แนะนำว่าให้ไปไวกว่าผมหน่อย น่าจะพอดีได้เห็นซากุระชมพูๆ ไม่มีใบเขียวๆปนครับ

จุดเด่นของที่นี่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นบรรยากาศของซากุระคู่กับภูเขาไฟฟูจิ หรือไม่ก็เป็นวิวซากุระคู่กับทางด่วน Tomei ตามรูปในโบรชัวร์ของงานครับ แต่จากที่ผมลองไปก้มๆมองๆหามุมมา ผมยังหามุมที่ถ่ายได้เหมือนโบรชัวร์ของงานไม่เจอนะครับ ถ้าใครไปแล้วเจอ รบกวนอย่าลืมมาบอกผมด้วยนะครับ ฮ่าๆ

3317

ส่วนการเดินทางนั้นไม่ยากครับ ให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Matsuda จากนั้นต่อรถบัสถึงหน้าสวนเลยครับ

2. Chidorigafuchi (千鳥ヶ淵)

KD5_0093_1_KnotMirai

ถ้าพูดถึงที่นี่แล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่กลางกรุงโตเกียวแล้ว ยังมีชื่อเสียงมากๆ ยิ่งมุมในรูปนี้ที่ผมถ่ายมา ถือว่าเป็นมุมยอดฮิตที่ใครๆก็อยากถ่าย ปีนี้ตอนที่ผมไป ผมต้องไปเดินวนไปวนมารอบๆที่ถ่ายตั้งแต่ 5 โมง จากนั้นกะเวลาเอาว่าจะเดินเข้าไปถึงด้านหน้าเพื่อถ่ายพอดีกับเวลาที่ไฟของทั้งซากรุะและโตเกียวทาวเวอร์เปิดครบหมด ซึ่งก็ประมาณ 6 โมงเย็น

ข้อแนะนำสำหรับเพื่อนคนไหนที่คิดจะมาถ่ายที่นี่ครับ อยากจะแนะนำว่าให้เตรียมใจไว้กับปริมาณผู้คนที่มากมาย ขาตั้งไม่ต้องพกมาเพราะที่นี่ห้ามใช้แน่นอน และควรจะมาวันธรรมดา เพราะปีนี้ผมได้คุยกับเพื่อนคนญี่ปุ่นที่มาวันเสาร์หลังจากผม ปรากฏว่าพื้นที่นี้ปิดครับ ห้ามคนเข้าไปถ่ายหมดเลย ซึ่งผมก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร เพราะวันศุกร์ที่ผมถ่ายมาได้ ทุกคนที่นั้นก็แทบจะฆ่ากันตายเพื่อให้ได้ถ่ายรูปมุมนี้มาครับ

สุดท้ายการเดินทางไม่ยากอีกเช่นกัน นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Kudanshita จากนั้นเดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงเลย

3. Naka-meguro (中目黒)

KD5_0146_1_KnotMirai

อีกหนึ่งมุมยอดนิยมเช่นกัน แต่ที่นี่อาจจะง่ายขึ้นหน่อย เพราะว่าสถานที่เป็นคลองยาว แนะนำว่าให้ลองเดินมาไกลๆสถานีหน่อย ผู้คนจะน้อยลงทำให้เรานั่งเลือกมุมและใช้ขาตั้งได้ตามที่ต้องการ หรือถ้าหากเพื่อนๆคนไหนชอบภาพแสงธรรมชาติ มาถ่ายตอนช่วงเช้าก็น่าสนใจครับ ผมเคยเห็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันเค้าไปถ่ายตอนเช้าในวันที่มีแดด ก็สวยไม่แพ้กันครับ

ส่วนวิธีการเดินทาง ให้นั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Naka-meguro หรือจะนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Ikejiri-Ohashi ก็ได้ จะต่างกันแค่ต้นคลองกับท้ายคลองเท่านั้น

4. Sakuragaoka Senbonsakura (桜ヶ丘千本桜)

KD5_0317_1_KnotMirai

มาถึงสถานที่ที่ 4 ของผม ที่นี่เป็นมุมแถวบ้านผมเอง เป็นความบังเอิญที่ผมไปเล่าเรื่อง ซากุระที่ Naka-meguro ให้เพื่อนญี่ปุ่นที่ทำงานฟัง เพื่อนผมคนนั้นเลยแนะนำที่นี่มาให้ผม บอกว่าที่นี่ก็คล้ายๆกับที่ Naka-meguro นะ ให้ลองไปดู และจากที่ได้ลองไปจริงๆ ก็จริงตามที่เพื่อนพูดนะครับ ลักษณะสถานที่โดยรวมจะเป็นต้นซากุระเรียงรายเต็มสองข้างคลอง สวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ แต่เสียอย่างเดียวคือ ที่นี่หญ้าขึ้นรกไปนิด เข้าใจว่า อาจจะเป็นเพราะไม่ใช่สถานที่ดังและเป็นเขตนอกเมืองไปนิด การดูแลและจัดการเลยยังไม่เท่าที่อื่น แต่ถ้าต่อๆไปมีคนไปเที่ยวเยอะ ทุกอย่างน่าจะดีขึ้นแน่นอนครับ

สำหรับการเดินทาง นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Sakuragaoka หรือสถานี Yamato ก็ได้ครับ จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที ตรงไปยังพิกัดที่แนบไว้ข้างล่างก็ถึงเลย

5. Egawa-seseragi Midori-michi (江川せせらぎ緑道)

KD5_0504_1_KnotMirai

ผ่านไปเกือบครึ่งทางแล้ว ถ้ายังไม่เหนื่อยกัน ก็มาต่อที่มุมนี้เลยครับ ต้องบอกก่อนว่า มุมนี้ผมไม่ได้เป็นคนไปหามา แต่ได้รับการบอกต่อมาจากพี่พี (Piriya) เจ้าของเพจ Nature Photographomics ได้ยินว่า พี่เค้าไปสืบเสาะมาจากทางเว็บ 500px ผมกับน้องพูม (Poomillust Photography) เลยตัดสินใจลองไปสำรวจที่นี่

ผลที่ได้ก็ถือว่าโอเคนะครับ สำหรับสถานที่นี้ ส่วนตัวผมคิดว่าจุดที่น่าสนใจน่าจะเป้นดอกทิวลิปครับ แม้ดอกจะยังบานไม่เต็มที่แต่ก็เป็นองค์ประกอบภาพที่แปลกไปอีกแบบ ส่วนข้อเสียผมว่าน่าจะเป็นเรื่องการเดินทางครับ ที่นี่ไกลจากสถานีมาก ผมแนะนำว่าให้นั่งรถบัสสาย 41 จากสถานี Nippa (Yokohama Blue line), Okurayama หรือ Kikuna (Tokyu-Toyoko line) ไม่แนะนำให้เดินนะครับ แม้สถานี Kozukue จะดูเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าเดินจากสถานี ไกลมากมายครับ เหนื่อยแทบตาย (ผมเดินมาแล้ว)

6. Shinjuku Gyoen National Garden (新宿御苑)

KD5_0528_1_KnotMirai

อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตกลางกรุงโตเกียว ที่หลายๆคนอาจจะเรียกสั้นๆว่า สวนชินจุกุ น่าเสียดายที่วันที่ผมไปอากาศไม่ดี ฝนตกในช่วงเช้า รูปที่ได้มาเลยออกมาขาวเป็นแนว Hipster ไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้การทริปนี้คือ ไม่ว่าอากาศจะย่ำแย่ขนาดไหน ไม่เคยมีอะไรที่หยุดไม่ให้คนญี่ปุ่นออกมาชมซากุระได้ครับ ฮ่าๆ เพราะวันที่ผมไป ปริมาณคนญี่ปุ่นก็ยังเยอะระดับสวนแทบแตกได้เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเรื่องการเดินทางก็ง่ายมาก แค่นั่งรถไฟมาลงสถานี Shinjuku และเดินมาตามแผนที่ เท่านี้ก็ถึงเลย คำเตือนเล็กน้อยว่า ที่นี่ควรจะมาก่อนเวลาพอสมควร เพราะที่สวนนี้จะมีการตรวจกระเป๋าก่อนเข้า ทำให้เสียเวลาไปพอสมควรครับ

7. Sankeien (三溪園)

KD5_0666_1_KnotMirai

มุมนี้ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนผมเอง เพื่อนผมคนนี้แนะนำผมมาทางหลังไมค์ในเฟสตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้ผมเลยพลาดไม่ได้ที่จะไปเก็บภาพสวยๆจากที่นี่ ที่นี่มีลักษณะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีเจดีย์ตั้งอยู่ในเนินเขา ตามรูปที่เห็น แนะนำว่า ใครสนใจที่นี่สามารถมาเที่ยวได้แทบทั้งปีนะครับ มีอะไรให้ชมเสมอ ไม่ว่าจะหน้าฝน ใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ และการเดินทางก็ไม่ยากมาก แนะนำให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Negishi และต่อรถบัสสาย 58, 99 หรือ 101 จากป้ายหมายเลข 1 ครับ

8. Yamakita (山北)

KD5_0771_1_KnotMirai

ที่นี่พิเศษหน่อยครับ เพราะผมเคยเขียนไว้แล้วในโพสเมื่อปีที่แล้วว่า ผมชอบที่นี่และถ้ามีโอกาสผมจะมาเที่ยวอีก เนื่องจากปีที่แล้วตอนที่ผมถ่ายรูปรถไฟอยู่ มีลุงญี่ปุ่นใจดีท่านนึงเคยบอกผมไว้ว่า “ไอ้หนุ่ม บนเนินเขานั้นมีมุมที่ถ่ายรถไฟได้อีกนะ อย่าลืมขึ้นไปดูถ้ามีเวลา” แต่ปีที่แล้วผมต้องรีบกลับมาทำงานเลยไม่ได้ไปดูบนเนินตามที่ลุงว่าไว้ (ติดไว้ก่อนนะลุง) ปีนี้ผมไม่เจอลุงคนนั้น แต่ถ้าเจอผมอยากจะถามลุงว่า ผมไปถ่ายมาแล้ว รูปนี้ใช่มุมที่ลุงแนะนำเมื่อวันนั้นรึเปล่าาาาา ฮ่าๆ

ย้ำเรื่องการเดินทางอีกครั้ง คือ นั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Yamakita จากนั้นเดินหามุมได้ตามสะดวกเลยครับ

9. Kawaguchiko (河口湖)

KD5_2790_1_KnotMirai

สำหรับที่นี่ แทบจะไม่ต้องพูดอะไรเลยก็ได้ ผมเชื่อว่า คนไทยที่เคยมาญี่ปุ่นแทบทุกคน ต้องเคยมาที่นี่ เพราะงั้นผมไม่ขอพูดอะไรมากสำหรับที่นี่ อีกอย่างนึงคือ ปีนี้ผมติดธุระเล็กน้อย ทำให้ไม่สามารถถ่ายได้เต็มที่ ไว้ปีหน้า ถ้ามีโอกาส น่าจะได้ไปใหม่ครับ

10. Goryokaku (五稜郭)

KD5_3960_1_KnotMirai

หลังจากจบเทศกาลล่าซากุระในเขตคันโต ผมก็ข้ามยาวมาช่วงต้นวันหยุด Golden week มาไล่เก็บซากุระที่นี่ ต้องบอกว่า ที่ Hokkaido นี้ ผู้คนค่อนข้างแตกต่างจากทางเกาะใหญ่ (Honshu) พอสมควร เพราะคนที่นี่ค่อนข้างจะเฉยๆกับซากุระ ทำให้สถานที่ชมซากุระมีเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น หนึ่งในนั้นก็คือ ป้อมปราการดาวห้าแฉกของเมือง Hakodate นั้นเอง ที่นี่สามารถเดินชมในสวน ถ่ายภาพทั่วไป หรือจะถ่ายภาพมุมกว้างเก็บทั้งป้อมจากหอคอยก็ได้ แล้วแต่สไตส์ของแต่ละคนได้เลยครับ มีที่จะเตือนนิดหน่อยก็คือเรื่อง light-up ของที่นี่ ผมบอกตามตรงว่า ค่อนข้างผิดหวังพอสมควร ไม่ต้องอยู่รอดูก็ได้ เพราะเปิดไฟน้อย และเปิดไฟแค่หย่อมเดียว ส่วนการเดินทางก็นั่งรถรางจากสถานี Hakodate แล้วเดินต่อมาก็ถึงครับ ไม่ยาก

11. Matsumae Castle (松前城)

KDF_6679_1_KnotMirai

มาต่อที่สถานที่ชมซากุระที่สองของเกาะ Hokkaido ตอนแรกผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าที่นี่มีซากุระอยู่ จนได้ยินมาจากพี่รุจ หรือรุจ เดอะสตาร์นั่นเอง ซึ่งความยากของที่นี่ คือการเดินทางครับ ที่นี่ไม่สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟเลย ต้องเช่ารถและขับมาเท่านั้น เวลาในการเดินทางก็ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ แต่มาแล้วคุ้มครับ ที่นี่รวบรวมซากุระไว้หลากหลายสายพันธุ์ เรียกได้ว่า มาที่นี่แล้วเหมือนมาพิพิธภัณฑ์ซากุระเลยก็ว่าได้ แต่ในข้อดีก็มีข้อเสียครับ เพราะเนื่องจากแต่ละพันธุ์จะมีช่วงเวลาบานที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ซากุระทีนี่จะบานบ้างร่วงบ้าง ไม่ได้บานฟูเต็มพื้นที่เหมือนที่อื่นๆครับ

12. Sapporo Beer Museum (サッポロビール博物館)

KD5_4895_1_KnotMirai

ในที่สุด หลังจากผ่านมาแล้ว 11 ที่ ผมก็เล่ามาถึงที่สุดท้ายแล้วครับ ดั้งเดิมเลยผมไม่ได้ตั้งใจจะไปชมซากุระ แต่บังเอิญตอนที่ผมไปดันมีต้นซากุระให้ชมด้วย แม้จะไม่เยอะ แต่พอรวมเข้ากับบรรยากาศตึกเก่าๆของโรงเบียร์ Sapporo เข้าไปด้วยแล้วก็คือว่าเป็นสีสันไปอีกแบบครับ ส่วนการเดินทางแนะนำให้นั่งรถบัสต่อเดียวถึงหน้าโรงเบียร์เลยครับผม

เป็นอย่างไรบ้างครับ 12 ที่ที่ผมเอามาฝากปีนี้ คิดว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากจะตามรอย และน่าจะถูกใจ หลายๆคนที่ชื่นชอบซากุระด้วยนะครับ

ถ้ายังไง วันนี้ผมขอลาไปเท่านี้ ครั้งหน้าผมจะเอาอะไรมาเล่า อย่าลืมติดตามกันนะครับ สวัสดีครับ