จากคราวที่แล้วมีฉลองครบ 100 ปี กล้อง Nikon ไป วันนี้มาถึงตัวการ์ตูนแห่งความทรงจำวัยเด็กของผม Ultraman นั้นเอง โดยงานที่จัดนี้เป็นงานนิทรรศการที่จัดเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของซีรีย์ Ultraman ซึ่งรายละเอียดจะเป็นยังไง วันนี้ผมจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกันครับ

KD5_6145_1_KnotMirai

เริ่มต้นจากไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมไปเห็นโฆษณาบนเว็บ Tokyo Skytree โดยบังเอิญว่า ตอนนี้บน Tokyo Skytree มีการจัดงานนิทรรศการฉลองครบ 50 ปีของซีรีย์ Ultraman ซึ่งจะจัดตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน ถึง 21 กรกฎาคมนี้ ถึงแม้ว่างานนี้จะจัดถึงเดือนหน้า แต่แฟนคลับอย่างผมจะรอให้ถึงใกล้ๆจบงานไม่ได้แน่นอน รีบนัดกับเพื่อนคนญี่ปุ่น ไป Tokyo Skytree เพื่อไปงานนี้ในสุดสัปดาห์นั้นทันที

ข่าวดีของงานนี้คือ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้างาน แต่ข่าวร้ายก็คือ งานนิทรรศการนี้จะจัดอยู่บนชั้นที่ 5 ยาวไปจนถึงชั้นบนสุดที่ความสูง 450 เมตร เพราะฉะนั้นหากใครที่ต้องการชมให้ครบ จะต้องเสียค่าขึ้น Tokyo Skytree ซึ่งรวมทั้งหมดราคา 3,090 เยน (แพงจริงๆ)

หุ่นอุลตร้าแมนที่ตั้งให้เห็นได้ตั้งแต่เริ่มเข้าแถวซื้อตั๋ว

และเช่นเคยเหมือนทุกครั้ง ผมมักจะหยิบแผ่นพับในงานมาอ่านดูว่า ภายในงานนิทรรศการนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ซึ่งในงานนี้มีให้สะสมตราปั้มบนแผ่นพับและสามารถนำไปแลกของที่ระลึกได้อีกด้วย

Scan

หน้ารายละเอียดเกี่ยวกับงาน

Scan 2

หน้าหลังที่เป็นส่วนสะสมตราประทับ (อันนี้เป็นของผมเองที่เก็บครบแล้ว)

หลังจากที่เข้าคิวซื้อตั๋วมาเกือบชั่วโมง (วันอาทิตย์คนเยอะมาก) ก็ได้เวลาที่ผมจะเข้างานซักที โดยความเพลิดเพลินของงานเริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นลิฟท์เลยทีเดียว เพราะในลิฟท์ที่ขึ้นมายังชั้นบนสุดนี้จะถูกตกแต่งเป็นลายอุลตร้าแมนตามธีมของงาน

KD5_6123_1_KnotMirai

เท่านั้นไม่พอ ขณะที่ลิฟท์เลื่อนขึ้นไป ก็จะมีอุลตร้าแมนบินไปมาพร้อมบอกถึงความสูง ณ ขณะนั้นให้อีกด้วย

KD5_6113_1_KnotMirai

จากนั้นเมื่ออกจากลิฟท์ ก็จะเจอกับจุดแรกที่ทุกคนต้องหยุด นั้นก็คือ เหล่าหุ่นโมเดล 6 พี่น้องอุลตร้านั่นเอง ซึ่งตรงนี้จะตรงกับหมายเลข 1 ในแผ่นพับ

KD5_6134_1_KnotMirai

เดินต่อมาจากส่วนที่ 1 เข้าสู่ส่วนที่ 2 ที่มีลักษณะเป็นทางเดินยาวๆ ซึ่งทางเดินนี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอุลตร้าแมนซีรีย์ของพี่น้องทั้ง 6  ไม่ว่าจะเป็นการพ่ายแพ้ของอุลตร้าแมน

KD5_6147_1_KnotMirai

ฉากปล่อยอาวุธประจำกายของอุลตร้าแมนเซเว่น อาย สลักเกอร์

KD5_6143_1_KnotMirai

เรื่องราวในซีรีย์อุลตร้าแมนทาโร่

KD5_6135_1_KnotMirai

หรือแม้แต่พี่ใหญ่อย่างโซฟี่ก็มีด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้าใครที่เป็นแฟนซีรีย์อุลตร้าแมนมาตั้งแต่ยุคโชวะ ผมว่าจะต้องดูแล้วนึกถึงความทรงจำเก่าๆไปด้วยอย่างแน่นอน

KD5_6138_1_KnotMirai

จากนั้นเข้าสู่ส่วนที่ 3 เป็นส่วนของโมเดลจำลองของยานรบของหน่วยสืบสวนพิเศษทางวิทยาศาสตร์ SSSP หรือที่หลายคนอาจจะเรียกสั้นๆว่า หน่วยวิทยะ จากซีรีย์ของอลุตร้าแมนนั่นเองครับ ซึ่งโมเดลนี้ข้างในมีการตกแต่งให้เหมือนกับยานจริงๆอยู่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของแผงบังคับ ซึ่งแน่นอน คนที่เข้าไปเล่นส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก ฮ่าๆ

KD5_6207_1_KnotMirai

และเมื่อพ้นจากส่วนที่ 3 ก็จะเป็นส่วนที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนของอลุตร้าแมนยุคใหม่ Ultraman Orb (ウルトラマンオーブ) ครับ

KD5_6157_1_KnotMirai

โดยซีรีย์นี้จะเป็นซีรีย์น้องใหม่ล่าสุด และจะเริ่มฉายครั้งแรกในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

KD5_6158_1_KnotMirai

หน้าตาของอุลตร้าแมนชัดๆก็ตามภาพข้างล่างเลย ซึ่งโมเดลนี้เป็นโมเดลของอุลตร้าแมนที่เกิดจากการรวมพลังของอุลตร้าแมนกับอุลตร้าแมนทีก้าเข้าด้วยกัน และจะตั้งแสดงอยู่ถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น ส่วนในเดือนกรกฎาคม จะเปลี่ยนเป็นโมเดลที่รวมจากอุลตร้าแมนทาโร่กับอุลตร้าแมนเมบิอุสเข้าด้วยกันแทน ซึ่งหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น มีรูปเล็กแสดงอยู่ในแผ่นพับครับ

KD5_6159_1_KnotMirai

จากนั้นตลอดทางเดินก่อนถึงจุดที่ 5 ก็จะเต็มไปด้วยของใช้ต่างๆของหน่วยพิทักษ์โลกของแต่ละอุลตร้าแมนซี่รีย์ ซึ่งเท่าที่ผมสังเกตส่วนใหญ่จะเป็นของอุลตร้าแมนยุคโชวะ และทั้งหมดน่าจะเป็นของจริงที่ใช้ในการถ่ายทำจริงแน่ๆ เพราะสภาพแต่ละชิ้นเหมือนกับว่าผ่านการใช้งานมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นหมวกของหน่วยพิทักษ์

KD5_6186_1_KnotMirai

อาวุธประจำตัวของเหล่าหน่วยพิทักษ์อุลตร้า

KD5_6199_1_KnotMirai

หรือแม้กระทั่งหน้ากากเจ้าพ่อกับเจ้าแม่อุลตร้าก็มีมาจัดแสดงไว้เช่นกัน ฮ่าๆ

KD5_6198_1_KnotMirai

และเมื่อเข้าสู่ส่วนถัดไป ส่วนที่ 4 ส่วนนี้จะเป็นส่วนมีการทำโมเดลจำลองพี่น้องอุลตร้าบินวนรอบย่านโตเกียวสกายททรีตามธีมของงานนั่นเอง

KD5_6194_1_KnotMirai

เท่านี้ไม่พอ ไฮไลต์ของส่วนนี้ยังมีอีกอย่างก็คืองาน meet & greet กับอุลตร้า !!! จากแผ่นพับจะบอกว่างานจะมีสองวัน คือวันที่ 10 มิถุนายนซึ่งจะเป็นอุลตร้าแมนกับอุลตร้าแมนเซเว่น และวันที่ 19 มิถุนายนที่จะเป็นอุลตร้าแมนทาโร่กับเจ้าพ่ออุลตร้า ซึ่งเดิมที่ผมก็ตั้งใจว่าจะไปต่อคิวเข้าแถว เพื่อที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้จับมือกับฮีโร่ขวัญใจในวัยเด็กของผม แต่น่าเสียดาย เพราะช่วงที่ผมไปเค้าปิดเคาเตอร์ลงทะเบียนไปแล้ว เลยทำให้ได้แค่ถ่ายรูปจากไกลๆแทนครับ

KD5_6170_1_KnotMirai

และจากนั้นก็เข้าสู่ส่วนสุดท้ายที่เป็นงานจัดแสดงโมเดลของอุลตร้าแมน ซึ่งหากใครเป็นนักสะสม ผมว่าต้องชอบโซนนี้เป็นพิเศษแน่นอน 🙂

KD5_6188_1_KnotMirai

แต่ก่อนที่จะจบงาน ลืมไม่ได้เลยกับกิจกรรมล่าตราประทับ โดยตราประทับมีทั้งหมด 5 ดวง ซึ่งแต่ละจุดจะอยู่ที่ชั้นไหนนั้น มีเขียนไว้แล้วในแผ่นพับครับ และหนึ่งในนั้นก็อยู่ที่ชั้นนี้ ถ้าเพื่อนคนไหนที่จะสะสมแล้วเกิดลืมประทับตราที่ชั้นนี้ ก็เตรียมเสียเงินพันกว่าเยน เพื่อขึ้นมาอีกรอบแน่นอน เพราะฉะนั้นห้ามลืมเด็ดขาดครับ

KD5_6216_1_KnotMirai

ซึ่งถ้าใครรวบรวมตราประทับได้ครบทั้ง 5 อันแล้วให้ลงไปยังชั้น 1 ของตึก Tokyo Skytree ก็จะได้ของรางวัลเป็นผ้าไมไครไฟเบอร์ลายธีมของงานเป็นที่ระลึกหนึ่งผืน

KD5_6220_1_KnotMirai

และสำหรับใครที่ชอบกินของหวาน ระหว่างทางกลับลงมาที่บริเวณชั้นความสูง 350 เมตร มีคาเฟ่สัตว์ประหลาดอยู่ด้วย ซึ่งจะเป็นคนละอันกับบาร์สัตว์ประหลาดที่ผมเคยเขียนไป แต่ที่คาเฟ่นี้เหมือนจะมีแต่ของหวานตามรูปเท่านั้น ถ้าใครชื่นชอบอย่าลืมแวะชิมแล้ว มาบอกผมด้วยนะครับ ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย ฮ่าๆ

KD5_6213_1_KnotMirai

และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด อย่าลืมแวะร้านขายของที่ระลึกนะครับ โดยของในร้านนี้จะเป็นชุดพิเศษระหว่างอุลตร้าแมนกับโตเกียวสกายทรี ไม่ก็เป็นชุดฉลอง 50 ปีซีรีย์อุลตร้าแมนครับ

KD5_6217_1_KnotMirai

และสุดท้ายแล้วจริงๆ เป็นของแถม ที่แผ่นพับจะมีช่องโฆษณาเกี่ยวกับงาน Ultraman Festival และร้าน Ultraman Shop M78 อยู่

Scan 4

ซึ่งถ้าหากใครนำแผ่นพับนี้ไปแสดงที่ร้าน M78 ที่ชั้น 4 อาคาร Tokyo Solamachi ก็จะได้สติกเกอร์พร้อมกับแฟ้มเป็นของที่ระลึกไป

Scan 5

ซึ่งเจ้าแฟ้มพลาสติกนี้ก็สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลด 200 เยนของค่าบัตรเข้างาน Ultraman Festival ได้อีกด้วย โดยงานจะจัดตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมถึง 28 สิงหาคม ที่ตึก Sunshine Tower ที่ Ikebukuro ครับ

Scan 7

สรุปสุดท้าย งานนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับแฟนการ์ตูนเรื่องอุลตร้า และจะยิ่งคุ้มไปอีกสำหรับคนที่ไม่เคยขึ้นมาดูวิวบนยอดโตเกียวสกายทรี เพราะสามารถเที่ยวทั้งงานและชมวิวกรุงโตเกียวไปได้พร้อมๆกันในครั้งเดียวเลย และวิวกลางคืนของกรุงโตเกียวยามคำ่คืนจากโตเกียวสกายทรีก็สวยไม่แพ้เวลากลางวันเลย เพราะฉะนั้น ถ้าใครสามารถอยู่ถึงช่วงค่ำได้ ผมก็แนะนำให้อยู่ดูนะครับ

ถ้ายังไง วันนี้ผมขอลาไปเท่านี้ ครั้งหน้าผมจะเอาอะไรมาเล่า อย่าลืมติดตามกันนะครับ สวัสดีครับ