สวัสดีครับ จากคราวที่แล้วงานเทศกาลชมดอกซากุระในฤดูใบไม้พลิไปแล้ว เข้าหน้าร้อนของที่ญี่ปุ่นแล้ว ต้องบอกว่าที่ญี่ปุ่นนี้มีงานเทศกาลหลายที่และหลายงานเลยครับ แต่พูดถึงในวันนี้จะงานเทศกาลหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากงานหนึ่งที่ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้เลยครับ นั้นก็คือ งานเทศกาลทานาบาตะ (七夕まつり)

unnamed

ภาพจาก Doogle วันทานาบาตะ ปี 2009

งานเทศกาลทานาบาตะ หรือจะเรียกอีกชื่อว่า งานเทศกาลฉลองดวงดาวของญี่ปุ่น ซึ่งโดยจะจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี โดยต้นกำเนิดของงานเทศกาลนี้มาจากตำนานโบราณของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า ตำนานทางช้างเผือก โดยรายละเอียดก็คือ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ฝั่งแม่น้ำด้านเหนือของอามาโนะกาว่า (天の川) ซึ่งแปลว่าทางช้างเผือกบนสวรรค์ มีลูกสาวของเทพผู้ครองสวรรค์นางหนึ่งชื่อว่าโอริฮิเมะ (おりひめ)

เจ้าหญิงโอริฮิเมะเป็นคนที่สวยและขยันขันแข็งทำงานไม่ยอมหยุด โดยงานประจำของเจ้าหญิง ก็คือการทอผ้า ผ้าที่ผ่านการทอโดยเจ้าหญิงนั้นมีความสวยงามและประณีต และเป็นที่พึงพอใจของเหล่าเทพและบิดาของนางเป็นอย่างมาก และวันหนึ่งบิดามีความเห็นว่า ถึงเวลาอันสมควรที่เจ้าหญิงจะต้องมีคู่ครอง เทพผู้ครองสวรรค์จะได้ทำการประกาศหาคู่ให้กับเจ้าหญิง และหนุ่มที่ถูกใจต้องใจเจ้าหญิงก็คือ ชายหนุ่มที่ชื่อฮิโกโบชิ (ひこぼし)

ฮิโกโบชินั้นเป็นคนเลี้ยงวัวอยู่ฝั่งด้านใต้ของทางช้างเผือก เป็นคนที่ขยันขันแข็งเช่นเดียวกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ร่างกายกำยำและสง่างาม ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดาเห็นถึงความเหมาะสมและความชอบพอของสองคน จึงอนุญาตให้ทั้งสองคนได้แต่งงานกัน แต่หลังจากแต่งงานแล้ว ทั้งสองนั้นกลับไม่ขยันเอางานเอาการเหมือนอย่างที่เคยเป็น ไม่ยอมทำงาน วันๆเอาแต่เสพสุขหลงระเริงกับความรักจนลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้บิดานั้นโกรธเป็นอย่างมาก และสั่งลงโทษให้ทั้งสองแยกจากกัน ไปอยู่คนละทิศของทางช้างเผือก เมื่อแยกจากกัน เจ้าหญิงโอริฮิเมะก็โศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เจ้าหญิงร่ำไห้จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด จนสุดท้ายก็ทำให้เทพผู้ครองสวรรค์ผู้เป็นบิดาเกิดความสงสาร จึงได้ลดหย่อนโทษ โดยการอนุญาตให้เจ้าหญิงสามารถข้ามทางช้างเผือกไปพบฮิโกโบชิได้หนึ่งครั้ง โดยแลกกับการกลับมาทำงานทอผ้าอย่างเดิม

ดังเหตุนี้ ในทุกๆ ปีที่ทางช้างเผือกจะออกมาปรากฏบนท้องฟ้า ก็จะเป็นวันเวลาที่โอริฮิเมะและฮิโกโบชิจะได้มาพบกันอีกครั้ง และในวันนั้นเองก็จะตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีนั้นเอง

tanabata-japan

ขอบคุณภาพจาก Katrinainjapan wordpress

จริงๆแล้วงานเทศกาลนี้ จัดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ก็คือ เมืองฮิระซึกะ (平塚) โดยการเดินทางก็คือ นั่งรถไฟสาย JR Tokaido line จากโตเกียวมาลงที่สถานีฮิระซึกะได้เลย เวลาที่ใช้ในการเดินทางก็จะประมาณ 1 ชั่วโมงจากโตเกียว และแน่นอน JR Pass สามารถใช้ได้กับรถไฟขบวนนี้ครับ

E233-3000_tokaido_main_line

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia

สำหรับครั้งนี้ คนเค้าว่าที่ไหนดัง ผมก็ต้องไปลองครับ ใช่ครับ ที่เมืองฮิระซึกะ เมืองนี้ เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงมากๆสำหรับงานเทศกาลทานาบาตะ แต่ปีนี้ เนื่องจากวันที่ 7 เดือน 7 นั้นเป็นวันจันทร์ครับ ทำให้งานปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยครับ เพื่อให้คนที่ต้องการมาร่วมงานสามารถมางานได้ครับ โดยจะจัดวันที่ 4-6 ตามโปสเตอร์เลยครับ

Screen Shot 2557-07-10 at 10.59.57 PM

ขอบคุณภาพจาก Tanabata Hiratsuka

ซึ่งแผนที่ในงานก็จะเป็นตามนี้เลยครับ

Screen Shot 2557-07-10 at 10.59.30 PM

ขอบคุณภาพจาก Tanabata Hiratsuka

เมื่อมาถึงงานบอกได้คำเดียวว่า งานเทศกาลนี้คนจะเยอะมากๆ แม้ว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก แต่พอมีงานนี้เมื่อไร เมืองนี้คนล้นเลยทีเดียวครับ

DSC_8714_1

โดยลักษณะงาน ตามความคิดผมก็ออกแนวงานวัดบ้านเรานิดๆครับ เพียงแต่อาจจะเป็นงานวัดในสไตส์ญี่ปุ่น ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นความแปลกและความสนุกไปอีกแบบนะครับ

DSC_8698_1 copy

อย่างที่กล่าวถึงตำนานไป ฉะนั้นในงานหลักๆก็จะมีรูปเพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานครับ

DSC_8721_1 copy

แต่ถ้ามีแต่ตำนาน ก็อาจจะไม่น่าสนใจหรือตื่นเต้น ผู้จัดงานก็เลยต้องมีการประยุกต์บ้างครับ มิคกี้จากดิสนีย์เลยถูกนำใช้ครับ

DSC_8715_1 copy

ซึ่งถ้ากลัวกระแสไม่แรงพอ จัดไปเลยครับ เจ้าหญิงนำ้แข็ง หนังจากดิสนีย์ ใหม่อินเทรน และสร้างรายได้มากมายในประเทศญี่ปุ่นครับ

DSC_8749_1 copy

งานเทศกาลนี้ เปิดให้เดินเที่ยวได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็นครับ โดยพอตกเย็นโคมที่ห้อยก็จะเริ่มเปิดไฟ เพื่อเพิ่มความสวยงาม ตระการตาด้วยครับ

DSC_8791_1 copy

พู่ในยามค่ำคืน

DSC_8781_1 copy

แม้แต่ศาลเจ้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็มีการประดับ ตกแต่งให้เข้ากับงานด้วย ซึ่งหลังจบงาน คนญี่ปุ่นหลายคนก็เข้าไปที่ศาลเจ้าเพื่อขอพรอีกด้วยครับ

DSC_8805_1 copy

จากบรรยากาศโดยรอบของงาน ต่อไปมาดูกันว่าในงานมีอะไรกันบ้าง เริ่มต้นที่ของกินก่อนเลย ถ้าจะมางานเทศกาล แล้วไม่มีของให้ซื้อและเดินกินก็กะไรอยู่ใช่ไหมครับ บอกได้เลยครับ ว่าของกินในงานนี้ มากจนถ่ายรูปมาเก็บไว้ไม่หมดจริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็นทาโกะยากิ ที่มาเป็นเรือเลยครับ

DSC_8728_1 copy

หรือจะเป็นยากิโซบะอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักดี

DSC_8783_1 copy

หรือขนมอะไรไม่รู้ หน้าตาแปลกๆแต่รสชาติเหมือนกูลิโกะเพลสบ้านเรา แต่เส้นบางกว่า

DSC_8724_1 copy

หรือแตงกวาดองที่คนไทยแทบจะไม่กินกัน

DSC_8782_1 copy

เนื้อปูปิ้งพร้อมทาซอสไตส์ญี่ปุ่น (ส่วนตัวรสชาติเหมือนปูอัดบ้านเราเลยครับ)

DSC_8757_1 copy

หรือนำตัวการ์ตูนญี่ปุ่นมาผสมผสานเพื่อเรียกลูกค้า

DSC_8710_1 copy

และขนมแบบบ้านเราก็มีครับ อย่างขนมสายไหม ที่มาปั้นกันสดๆแบบบ้านเราเลยครับ

DSC_8799_1 copy

นอกจากของกินแล้ว ในงานก็จะมีโชว์ครับ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงฝีมือสไตส์ญี่ปุ่น อย่างการตีกลองญี่ปุ่น

DSC_8739_1 copy

บ้านผีสิงก็มีนะครับ ๕๕๕

DSC_8706_1 copy

หรือบ้านผีสิงแบบผีญี่ปุ่นแท้ๆก็มีเหมือนกันครับ ๕๕๕

DSC_8712_1 copy

นอกจากนี้แล้ว ในงานเทศกาลก็มักจะมีคนญี่ปุ่นที่มาใช้เวลาอยู่กับครอบครัว กับลูกในงานเทศกาลครับ

DSC_8794_1 copy

ทำกิจกรรม หรือเล่นเกมกับลูก

DSC_8743_1 copy

ซึ่งแน่นอนครับ ไม่พลาดแน่นอน ของเล่นไว้หลอกเด็ก เอ้ย ขายเด็กครับ เช่น ลูกโป่ง

DSC_8786_1 copy

หน้ากากยอดมนุษย์ หรือการ์ตูนต่างๆ

DSC_8796_1 copy

ต่อไปจะเป็นไฮไลต์ของงานเทศกาลครับ สำหรับงานเทศกาลหน้าร้อนเลยนะครับ ผมยกให้ชุดยูกาตะครับ ชุดยูกาตะจะเป็นชุดคล้ายๆกับชุดกิโมโนครับ แต่จะต่างตรงที่จะบางกว่า และมีความอลังการน้อยกว่าครับ ซึ่งจะใส่เฉพาะหน้าร้อนเท่านั้นครับ หรือไม่ก็ใส่เป็นชุดนอนครับ

DSC_8754_1 copy

แต่ถ้าพูดถึงไฮไลต์ของงานทานาบาตะก็ต้องนี้เลยครับ การเขียนอธิษฐานครับ ซึ่งงานการก็จะมีจุดให้เขียนแล้วก็นำไปแขวนไว้หลายจุดในงานครับ (อยากบอกว่าผมแอบเห็นภาษาไทยด้วย แสดงว่าต้องมีคนไทยมาเที่ยวแน่ๆครับ)

DSC_8779_1 copy

สุดท้ายครับ หากช่วงหน้าร้อนใครได้มีโอกาสมาที่ญี่ปุ่น ผมก็อยากจะเชิญชวนให้ลองมาดูครับ มาลองสัมผัสบรรยากาศงานในสไตส์ญี่ปุ่นครับ ซึ่งน่าจะเป็นความทรงจำหรือประสบการณ์อีกแบบครับ

ส่วนอันนี้ของแถมครับ นางงามประจำเมืองครับ เห็นนั่งให้ผู้มางานได้ถ่ายรูปกันครับ สวยใสสไตส์ญี่ปุ่นไหมครับ 🙂

DSC_8769_1 copy

ถ้ายังไงแล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดีครับ