เมื่อครั้งหนึ่งสถานที่ยอดฮิตอย่าง Tokyo Tower ถูกจับแปลงโฉมให้กลายเป็นสวนสนุกของการ์ตูนชื่อดังอย่าง One Piece ถ้าใครเป็นแฟนการ์ตูนเรื่อง พลาดไม่ได้แล้วละครับ ถ้ามาญี่ปุ่น รายละเอียดจะเป็นยังไง ไปชมกันเลย

จริงๆแล้ว เพื่อนๆหลายคนอาจจะได้ข่าวเกี่ยวกับสวนสนุก Tokyo One Piece Tower มาตั้งแต่ต้นปี 2015 แล้ว ซึ่งใช่แล้ว สวนสนุกนี้ได้เปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้ว แต่จากประสบการณ์ในการเที่ยวสวนสนุกของญี่ปุ่น ผมเดาว่าคนต้องเพียบ ล้นทะลักราวกับว่า Disneyland เปิดให้เข้าฟรีเป็นแน่แท้ ผมเลยเลี่ยง รอให้งานนี้ผ่านไปซักพักนึงแล้วค่อยไปจะดีกว่า ซึ่งเป็นไปตามที่ผมคาด ช่วงที่ผมไป คนค่อนข้างเบาบางลง ทำให้การต่อคิวเล่นเครื่องเล่นแค่เครื่องไม่นานเวอร์จนเกินไป และเล่นได้ครบทุกชนิด

ก่อนอื่นถ้าใครใจร้อน สามารถข้ามเข้าไปดูรายละเอียดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงานก่อนได้ที่นี่เลยครับ (แน่นอนครับ มีทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นนะครับ) หรือจะเป็นวีดีโอ CM สั้นๆจาก Youtube ด้านล่างนี้เลยก็ได้ครับ

 งานจัดที่ไหน ?

อย่างที่บอกตอนแรก สถานที่จัดงานก็คือ Tokyo Tower สถานที่ท่องเที่ยวที่หลายๆคนรู้จักกันดี

ซึ่งสามารถนั่งรถไฟมาลงได้หลายสายและเดินเท้าต่อตามตารางเลยครับ

Line Station EXIT Walking Time
Toei Oedo Line Akabanebashi Station / Akabanebashi exit About 5 minutes
Tokyo Metro Hibiya Line Kamiyacho Station / Exit 1 About 7 minutes
Toei Mita Line Toei Mita Line Onarimon Station / Exit A1 About 6 minutes
Toei Asakusa Line Daimon Station / Exit A6 About 10 minutes
JR Yamanote Line Hamamatsucho Station / North Exit About 15 minutes

งานเปิดปิดกี่โมง ?

งานนี้จะเปิดตั้งแต่ 10.00 ถึง 22.00 (เวลาเข้าสุดท้าย 21.00)  ซึ่งหากใครซื้อบัตรล่วงหน้า จะต้องเลือกเวลาที่จะเข้า แต่ถ้าหากใครไปซื้อบัตรที่หน้างาน สามารถเข้าได้เลยไม่ต้องรอเวลา ส่วนเรื่องการ Re-entry ที่งานนี้สามารถเข้าออกกี่ครั้งก็ได้ โดยก่อนจะออกถ้าอยากจะเข้าใหม่ ให้ออกช่องทาง Re-entry และปั้มตราที่ก่อนออกครับ

บัตรราคาเท่าไร ?

บัตรจะแบ่งเป็น 2 แบบคือ แบบซื้อล่วงหน้า หรือซื้อที่หน้างาน ความแตกต่างของบัตร 2 แบบนี้ก็คือ ราคา ซึ่งจะเป็นไปตามตารางข้างล่างนี้เลยครับ

Ticket fee Adults Child
(4 years old – 12 years old)
Advance tickets 3,000
(include tax)
1,500
(include tax)
Same-day tickets 3,200
(include tax)
1,600
(include tax)

โดยการซื้อล่วงหน้าสามารถซื้อได้สองช่องทาง คือ Tokyo One Piece Tower และ JAPANiCAN.com ซึ่งการซื้อล่วงหน้าจะยังไม่ได้บัตร แต่นำเอาหลักฐานมาแลกบัตรที่หน้างานตามเวลาที่ระบุไว้ว่าจะตอนซื้อ และจากประสบการณ์ตรงที่เจอมา ถ้าหากในวันที่ไป คนไปงานไม่เยอะมาก ตั๋วซื้อหน้างานจะสามารถเข้างานได้ไวกว่า และเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรอเข้าตามเวลาบนบัตรเหมือนคนที่ซื้อล่วงหน้า

และจากรายละเอียดเบื้องต้นที่กล่าวไป เมื่อซื้อบัตรเตรียมพร้อมกันเรียบร้อย ก็นั่งนับรอวันที่เที่ยวกันได้เลย สำหรับของผม ผมเลือกที่จะซื้อทางออนไลน์เพราะคิดว่าสะดวกกว่า เมื่อถึงวันที่ซื้อบัตรก็เดินทางไปยังสถานที่จัดงานตามที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยจุดรับบัตรจะอยู่ที่บริเวณชั้น 3 ของ Tokyo Tower ถ้าใครไปถึงที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่เจอ สามารถเดินตามป้ายหรือเดินตามรอยเท้าชอปเปอร์ไปก็ได้ครับ ไม่หลงแน่นอน

KnotMirai001

อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ว่าตั๋วจะสามารถแลกได้ตามเวลาที่ระบุไว้ตอนซื้อ ซึ่งของผมซื้อไว้ตอน 13.00 และเมื่อถึงเวลาก็นำหลักฐานการซื้อไปแลกตั๋ว โดยจะได้ของมาสามอย่าง คือ ตั๋วเข้าและแผนพับอีกสองแผ่น ตั๋วนี้ห้ามทำหายนะครับ เพราะไม่ได้ใช้แค่เข้า แต่ยังใช้เวลาเล่นเครื่องในงานด้วย เพราะฉะนั้นห้ามหายเด็ดขาด แถมตั๋วแต่ละใบก็จะมีหน้าตาแตกต่างกันไป ใครที่ชื่นชอบก็สามารถเก็บสะสมได้เช่นกัน ของผมได้ลายตามรูปข้างล่างเลยครับ

Scan

ต่อจากตั๋วก็เป็นแผนพับที่ให้มา ซึ่งจะเป็นแผนที่และคำแนะนำงานครับ (มีแบบภาษาอังกฤษนะครับ สามารถขอได้ตอนรับตั๋ว) ซึ่งทั้งหมดผมสแกนมาให้ดูกันหมดที่นี่เลย เริ่มต้นที่คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องเล่นในงาน

2

ต่อด้วย แผนพับที่เป็นทั้งแผนที่และคำแนะนำอีกเช่นกัน

1

อีกหน้าเป็นแผนที่ครับ

map

จากแผนที่ของงาน จะเห็นได้ว่า งานทั้งหมดจะมีทั้งหมด 4 ชั้น คือ ชั้นที่ 1, 3, 4 และ 5 โดยเริ่มจากชั้นที่ 1 ก่อน ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นของร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารต่างๆ ส่วนของชั้นนี้เป็นชั้นที่ทุกคนสามารถเข้าได้ตลอดครับ ไม่ต้องการตั๋วเข้า เพราะฉะนั้นตอนที่ผมมา ผมดันมาถึงตอน 12.30 ซึ่งก่อนเวลาเข้า ผมเลยใช้ที่นี่เป็นที่เดินเล่นฆ่าเวลา

KnotMirai001-2

เท่าที่เดินสำรวจแล้ว ของมีอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ แต่สำหรับผมยังไม่ค่อยมีของที่ถูกใจซักเท่าไร โดยของที่ขายในงาน ก็ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดลายต่างๆ

KnotMirai002-2

สติกเกอร์ลายต่างๆ

KnotMirai003-2

หรือแม้กระทั่งเป็นรองเมาส์ที่แอบติดเรทก็มีขายด้วย

KnotMirai004-2

 หลังจากดูของเสร็จ เมื่อถึงเวลา 13.00 ก็ได้เวลาเข้างานกันแล้ว โดยทางเข้างานจะอยู่ที่ชั้น 3 และบริเวณทางเข้าก็มีลูกพี่ลูฟี่และชอปเปอร์มารอต้อนรับไว้แล้ว

KnotMirai002

จากทางเข้ามาก็จะเป็นบริเวณที่ชื่อว่า Entrance Cave ตามแผนที่ข้างบน โดยภายในก็จะเป็นการจัดนิทรรศการเหตุการณ์ต่างๆในการ์ตูนเรื่องนี้ แต่ที่แปลกกว่าปกติก็คือ ที่แต่ละตำแหน่งหากมีคนไปยืนดู จะมี effect แตกต่างกันออกไป บางอันมีเสียง บางอันมีแสงสีเปลี่ยนไป อย่างอันข้างล่างนี้เป็นตอนที่ชอปเปอร์สร้างปาฏิหาริย์ให้ดอกซากุระบานในฤดูหนาว (เมื่อเราไปยืน สีก็จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูนั้นเอง)

KnotMirai003

และเมื่อเดินต่อมาก็จะเป็นส่วนของ Tongari Port ซึ่งจะมีเรือ Thousand Sunny ออกมาต้อนรับทุกคน

KnotMirai004

และต่อจากส่วนนั้นก็จะเหมือนเป็นห้องล๊อบบี้ที่จะมีกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางยืนเรียงราย จัดปาร์ตี้กันสนุกสนาน

KnotMirai005

และไม่ว่าเวลาไหน สองคนนี้ก็ทะเลาะได้เสมอ

KnotMirai007

และเมื่อออกจากโซนแรกชั้น 3 ก็ไปต่อยังชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นชั้นแรกที่เริ่มมีการต่อแถวให้เล่นเครื่องเล่นต่างๆ เนื่องจากแต่ละเครื่องมีความยาวของคิวไม่เท่ากัน ผมเลยเล่นโดยเรียงตามความสั้นของแถวนะครับ

เริ่มต้นที่แรก หมายเลข 6 หรือห้องของโรบิน ที่ส่วนนี้จะเป็นการรับเอาแมลงโทรสาร เพื่อเอาไปหาโพเนกรีฟเพื่อเก็บสะสมคะแนน โดยทั้งหมดจะให้เวลาทั้งหมด 30 นาที

KnotMirai009

โดยหน้าต่างของโพเนกรีฟก็จะประมาณรูปด้านล่างเลยครับ โดยทั้งหมดจะกระจายอยู่ทั่วทั้งงาน ตั้งแต่ชั้น 3 ถึงชั้นที่ 5

KnotMirai011

เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหากเดินในงานแล้วเห็นคนเดินถือแมลงโทรสารเต็มไปหมด ลืมบอกไปอย่างว่า ทุกครั้งที่เจอโพเนกรีฟ แมลงโทรสารจะบอกคำใบ้มาเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อใช้ในการหาโพเนกรีฟอื่นๆต่อไปครับ

KnotMirai012

สำหรับห้องแรก แนะนำว่า ไม่ต้องฟังออกก็เล่นได้ครับ เดินตามคนอื่นเอา แล้วดูคนอื่นแล้วเล่นตาม และส่วนอื่นก็เดินสังเกตเอา ก็พอเล่นได้แล้วละครับ

เนื่องจากตอนช่วงเดินหาโพเนกรีฟ ต้องมีการเดินไปสำรวจชั้นที่ 5 ซึ่งเป็นชั้นที่จะมีงาน Live show “Welcome to TONGARI Mystery Tour” ผมเลยไปรับบัตรคิวรอไว้ เมื่อเล่นเกมโรบินเสร็จ ก็เป็นเวลาที่ได้เข้าชม live show พอดี น่าเสียดายที่ live show นี้ไม่สามารถถ่ายวีดีโอได้ แต่เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ผมหาคลิปโปรโมทจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการมาให้แล้ว ข้างล่างเลยครับ

 

และเมื่อจบจาก Live show ก็ไปต่อยังหมายเลข 1 หรือห้องของลูฟี่ ในห้องของลูฟี่ก็ไม่มีอะไรมากครับ เป็นการเล่าเรื่องของการพจญภัยของลูฟี่ทั้งหมดที่ผ่านมา ตั้งแต่ตอนได้รับหมวกจากแชงค์

KnotMirai013

ตอนที่ช่วยโรบินที่เอนิเอสล็อบบี้

KnotMirai014

จำคุกที่อิมเพลดาวน์

KnotMirai015

หรือแม้กระทั่งตอนไปช่วยเอส

KnotMirai016

หลังจากเสร็จจากห้องของลูฟี่ ผมก็ไปต่อที่ห้องของบรู๊คหมายเลข 10 ชั้น 4 ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้อ่านไปว่ามันคืออะไร ที่แท้มันคือบ้านผีสิงนั้นเอง (ถึงว่าละ แถวสั้นเชียว) ตอนแรกก็จินตนาการไว้ซะน่ากลัวมากมาย แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไรครับ

ต่อจากห้องของบรู๊คก็ไปที่ห้องของชอปเปอร์ หมายเลข 11 ซึ่งห้องนี้จำเป็นการจำลองห้องต่างๆภายในเรือ Thousand Sunny มาครับ

KnotMirai023

ที่น่าสนใจก็เช่น หุ่นชอปเปอร์ที่ทำการทดลองแล้วพลาด

KnotMirai022

หรือห้องอาบน้ำที่มีนามิกำลังอาบน้ำอยู่และเห็นเงาให้แอบดูได้ครับ ๕๕๕

KnotMirai021

และเมื่อจบจากห้องของชอปเปอร์ไปก็ได้เวลาของอาหารกลางวันครับ โดยที่นี่จะมีร้านอาหารอยู่สองที่บริเวณชั้นที่ 1 นั้นก็คือ ร้านของซันจิกับคาเฟ่หมวกฟาง ซึ่งงานนี้ผมเลือกที่จะกินร้านของซันจิ

KnotMirai017

ร้านอาหารของซันจิจะเป็นแบบบุฟเฟ่ครับ ให้เดินตักกินได้ไม่อั้นครับ ซึ่งราคาก็ตามตารางข้างล่างเลย

Adult Age 7 – 12 Age 4 – 6 3 and under
¥2,000(without tax) ¥1,500(without tax) ¥1,000(without tax) Free

ต้องบอกว่า ซันจิทำผมผิดหวังอีกเช่นเคย หลังจากผมเคยไปลองชิมร้าน BARATIE ของซันจิที่โอไดบะมาแล้วทีนึง อาหารของที่นี่ออกแนวเป็นอาหารพื้นๆครับ ไม่มีอะไรพิเศษมาก ความเห็นส่วนตัว แอบไม่ค่อยคุ้มกับราคาที่จ่ายไปเท่าไรครับ แถมรสชาติก็ปกติ ไม่ได้อร่อยหรือแปลกประหลาดอะไร ตามรูปข้างล่างเลยครับ

KnotMirai018

และเมื่อกี้กินเสร็จก็จ่ายเงินบริเวณทางออก ซึ่งมีเจ้าซันจิตัวเล็กทำหน้าเยาะเย้ยกับความผิดพลาดที่มากินร้านนี้ไว้ให้ช้ำใจเล่นเล็กน้อย

KnotMirai019

และเมื่อรับกินอาหารเสร็จ ก็เดินทางกลับไปต่อคิวเครื่องเล่นที่เหลือที่บริเวณชั้น 4 ซึ่งหมายเลขต่อไปที่ว่างตอนนั้นเป็นหมายเลข 4 หรือห้องของแฟรงกี้ครับ แต่ผมไม่ได้เล่นนะครับ เพราะเหมือนเครื่องเล่นนี้จะต้องเสียเงินครั้งละ 500 เยน เพื่อเอาไข่ ออกแนวเหมือนเครื่องหมุนไข่ทั่วไปครับ ผมเลยผ่านไปเนื่องจากของดูไม่ค่อยน่าสนใจซักเท่าไร

ต่อจากนั้นก็ไปยังหมายเลข 8 หรือห้องของอุซป เนื่องจากผมมัวแต่นั่งศึกษาวิธียิงให้เข้าเป้าเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเลย รบกวนดูรูปจากเว็บนี้แทนละกันนะครับ โดยหลักการของเครื่องเล่นนี้ไม่มีอะไรมาก ก็คือ ภายใน 1 นาที ต้องยิงเป้าให้ครบหมดทั้งสองด่าน โดยด่านแรกจะมีทหารเรือ 5 นาย และเมื่อยิงล้มหมดทั้งหมด 5 นาย กำแพงจะเปิดออกเพื่อให้ยิงหน้าสแปนดัม ซึ่งถ้าหากใครสามารถยิงเข้าเป้าได้หมด ก็รับไปเลยครับ หน้ากากโซเงคิง ใครที่อยากได้ก็พยายามกันหน่อยนะครับ ๕๕๕ ส่วนผมยิงได้แค่ทหาร 5 นายเท่านั้นเอง

ต่อมาที่ห้องถัดไป หมายเลข 7 หรือห้องของนามิ ห้องของนามิเป็นคาสิโนครับ กติกาไม่ยากเช่นเคยครับ เมื่อเข้าไปยังห้องแล้ว จะมีปุ่มทั้ง 4 สี คือ แดง เหลือง เขียว น้ำเงิน โดยจะมีเกมทั้งหมด 3 เกมให้ทำเลือกเดาว่า สีไหนที่จะชนะ และทุกครั้งถ้าชนะก็จะมีเงินตอบแทน ซึ่งหลังจากเล่นจบ 3  เกมแล้วถ้าใครมีเงินถึง 30 ล้านเบรี ก็รับการ์ดคาสิโนนามิเป็นของฝากกลับบ้านได้เลย ผมเล่นชนะไปสองเกม แต่ดันพลาดเกมสุดท้าย ทำให้เงินไม่ถึงไปอย่างน่าเสียดายอีกเช่นเคย

และมาถึงห้องสุดท้าย ห้องที่คิวยาวที่สุด และยาวตลอดทั้งวัน หมายเลข 9 หรือห้องของโซโล เกมส์ห้องนี้ก็คือการฟันดาบครับ ระหว่างต่อแถวก็จะมีการเอาดาบที่มีชื่อต่างๆในการ์ตูนเรื่องนี้ จำลองใส่กรอบไว้ อย่างเช่น ดาบสีขาวคู่กายโซโลเล่มข้างล่างนี้

KnotMirai024

ในห้องของโซโลนั้น เข้าไปเล่นได้แค่คนเดียวนะครับ ถ้าอยากไปเป็นคู่ ก็เล่นได้แค่คนเดียวอีกคนได้แค่ยืนดู ถ้าหากอยากเล่นทั้งคู่ จะต้องแยกไปคนละห้องครับ โดยกิจกรรมห้องนี้มีสองส่วนครับ ส่วนแรก ก็คือ ฟันกระสุนปืนที่ลอยเข้ามาให้ครบทุกอัน และสุดท้ายจะมีหุ่นยนต์แปซิฟิสต้าโพล่ออกมาให้ฟันทิ้งเล่นครับ ไฮไลต์ของเกมนี้ไม่มีอะไรมากครับ มีแค่ % ว่าฟันแม่นแค่ไหนฟันโดนกี่อัน และระหว่างฟันก็มีการแอบถ่าย ซึ่งหากใครต้องการเป็นของฝากก็สามารถไปสั่งพิมพ์ได้ที่หลังครับ

KnotMirai006-2

จบบริบูรณ์ครบทุกห้อง  เป็นอย่างไรบ้างครับกับการรีวิวสั้นๆของสวนสนุก Tokyo One Piece Tower ถ้าหากเพื่อนๆคนไหนสนใจ มาโตเกียวก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันนะครับ ส่วนตัวแล้วผมใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่ 13.00 ถึง 18.00 ก็ประมาณ ราวๆ 6 ชั่วโมงเห็นจะได้ครับ

สุดท้ายก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันนะครับ และถ้ายังไงวันนี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วก็อย่าลืมติดตามเรื่องราวในตอนหน้ากันนะครับ สวัสดีครับ