หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จากที่ผมได้มีโอกาสมาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ผ่านวันที่ 14 มกราคมนี้ ก็สองปีเข้าไปแล้ว ซึ่งปีนี้ผมก็ได้เดินทางไปเที่ยวในหลายๆที่ ทั้งที่เคยไปมาแล้ว และไม่เคยได้ไปมาก่อน วันนี้ผมเลยอยากจะเอาภาพสถานที่ต่างๆที่ผมได้ไปเห็นมา มาฝาก เอาเป็นว่าไม่ให้เสียเวลา ไปชมกันเลยครับว่า ผมได้ไปที่ไหนมาแล้วบ้าง

เริ่มต้นที่เดือนมกราคม เปิดด้วยภาพภูเขาสัญลักษณ์ประเทศญี่ปุ่น มุมนี้เป็นมุมจากสะพานแถวบ้านผมเอง โดยตั้งต้นมาจากความตั้งใจจะถ่ายรูปฟูจิซังจากสถานที่แถวบ้าน เลยได้รูปนี้มาดังภาพครับ

2_KnotMirai

Hiratsuka, Kanagawa (35°21’12” N 139°22’15” E)

ต่อจากรูปแรก ด้วยความตั้งใจเดิม นั่งลองตามหาจากแหล่งต่างๆ ก็ได้รูปที่สองมา เป็นมุมที่เมือง Chigasaki โดยภาพอ้างอิงที่เห็นมาส่วนใหญ่จะเป็นถ่ายคู่กับฟูจิซังช่วงเย็นๆ หรือหัวค่ำ เพื่อที่สามารถลากไฟรถยนต์ได้ ซึ่งผมก็ไปพยายามถ่ายมาเหมือนกัน แต่ไม่รอด ๕๕๕ ฟูจิซังขี้อายไม่ยอมโผล่ออกมาให้เห็น เลยลองไปซ้ำอีกรอบตอนเช้าแทนเพื่อความแปลกใหม่ ก็ได้ภาพมาตามภาพข้างล่างเลยครับ

3_KnotMirai

Chigasaki, Kanagawa (35°19’5″ N 139°24’55” E)

จากนั้นเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เป็นทริปแรกที่ผมตั้งใจออกถ่ายฟูจิซัง คู่กับสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของประเทศ ญี่ปุ่น นั่นก็คือ รถไฟชินคังเซ็นนั่นเอง เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะเคยเห็นรูปนี้มาบ่อยแล้วนะครับ แต่ครั้งแรกของผม ก็นั่งกดไปหลายช๊อตเลย กว่าจะได้รูปที่ถูกใจ ๕๕๕

4_KnotMirai

Fujikawa, Shizuoka (35°8’15″ N 138°37’44” E)

ไปต่อกันอีกที่บริเวณใกล้เคียง เป็นมุมที่แปลกใหม่ (สำหรับผม) เป็นมุมที่ฟูจิซังจะผสานเข้ากับทางด่วน มุมนี้ไปรอกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตก รอจนสามารถลากไฟรถยนต์และได้มาเป็นภาพข้างล่างเลย ภาพนี้ต้องขอบคุณพี่โอ (Jirat) ที่พาไปแนะนำมุมนี้ด้วยครับ

5_KnotMirai

Fujinomiya, Shizuoka (35°11’40” N 138°38’6″ E)

จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงพระจันทร์เต็มดวงของเดือน ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปถ่ายพระจันทร์เต็มดวงคู่กับโตเกียวสกายทรี แต่โชคไม่เข้าข้าง อากาศไม่เป็นใจ เลยเปลี่ยนสถานที่มาที่โยโกฮาม่า มาลองเอาสะพาน Yokohama Bay Bridge กับช่วงที่พระจันทร์กำลังขึ้นแทนครับ

6_KnotMirai

Yokohama, Kanagawa (35°27’8″ N 139°38’54” E)

ถัดมา เป็นทริปสั้นๆที่เกิดจากกิเลสล้วนๆ เพราะก่อนหน้านี้ไปเห็นภาพนกอินทรีกับก้อนน้ำแข็งของช่างภาพญี่ปุ่นคนหนึ่ง เลยเกิดความสึกว่า “เฮ้ย อยากไปสัมผัสน้ำแข็ง อยากถ่ายรูปนี้มั้ง” หลังจากหาข้อมูลต่างๆ เลยได้เป็นทริปท่องเที่ยวสั้นๆสามที โดยเริ่มจากการใส่ชุดคล้ายชุดดำน้ำไปเดินบนทะเลที่แข็งเป็นแผ่นๆ แถมยังลงไปแช่น้ำทะเลทดสอบความหนาวอีกด้วยที่เมือง Utoro (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

7_KnotMirai

Utoro, Hokkaido (44°04’03.0″N 144°59’11.2″E)

ต่อจากนั้นขับรถฝ่าพายุหิมะมาเพื่อตามรอยความอยากกับการถ่ายนกอินทรีที่ Rausu แต่น่าเสียดาย เพราะพายุหิมะลงหนักทำให้ทางเรือไม่สามารถออกไปบริเวณน้ำแข็งไกลจากชายฝั่งได้ ทำให้ได้แค่ถ่ายภาพนกอินทรีบริเวณไม่ไกลแทน ไว้ถ้ามีโอกาสอีก ผมต้องไปแก้มืออีกแน่นอน

8_KnotMirai

Rausu, Hokkaido (44°1’19” N 145°12’2″ E)

เสร็จจากทริปถ่ายนกอินทรี ผมขับรถลากยาวลลงมาสุดที่เมือง Kushiro เพื่อมาถ่ายนกอีกชนิดที่เป็นทั้งสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นและยังเป็นสัญลักษณ์ของสายการบิน JAL อีกด้วย นกกระเรียน หรือ Japanese Red Crowned Crane ซึ่งจริงๆที่เมืองนี้มีรถไฟ SL วิ่งด้วยนะครับ เสียดายที่ผมมีเวลาน้อยไปหน่อย ไว้คราวหน้าตั้งใจว่าจะไปซ่อมทั้งนกและรถไฟให้ได้แน่นอน

9_KnotMirai

Kushiro, Hokkaido (43°8’39” N 144°8’59” E)

กลับมาจากทริปที่ Hokkaido ก็เข้าสู่หน้าดอกบ๊วย โดยปกติดอกบ๊วยจะบานก่อนซากุระ ผมเลยได้มีโอกาสไปออกทริปกับพี่ต่อ (Phi Hoi Men) ไปตามถ่ายฟูจิซังคู่กับดอกบ๊วยเก็บไว้เป็นครั้งแรก (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

10_KnotMirai

Fuji, Shizuoka (35°10’37” N 138°37’31” E)

และภายในทริปเดียวกันนั่นเอง ไหนๆก็มาถึง Shizuoka พี่ต่อผู้ใจดีเลยพาผมไปลองถ่ายภาพวิวฟูจิซังคู่กับท่าเรือของเมืองซะเลย

11_KnotMirai

Fuji, Shizuoka (35°8’11” N 138°41’39” E)

ต่อมาเข้าสู้เดือนมีนาคม หลังจากดอกบ๊วย ก็ถึงคราวของดอกไม้สุดโด่งดังของญี่ปุ่น ดอกซากุระนั้นเอง เริ่มต้นฤดูด้วยการไปสำรวจเขาแถวบ้าน บนเขาที่มีชื่อว่า Shonandaira จริงๆ ที่นี้ก็เห็นฟูจิ ถ้าฟ้าใสและเห็นโตเกียวสกายทรีกับโตเกียวทาวเวอร์ด้วยนะครับ ถ้าฟ้าใสและมีกล้องส่องทางไกล ๕๕๕

12_KnotMirai

Hiratsuka, Kanagawa (35°19’11.4″N 139°18’34.5″E)

และพอเข้าเดือนเมษายน ช่วงที่ซากุระบานแถบคันโตนั้นเอง พี่โอ คนเดิม ได้ชักชวนผมไปที่เมืองใกล้ๆ ตอนแรก ตัดสินใจไปเพราะมันใกล้และคิดว่าคนไม่น่าจะเยอะ แต่เมื่อไปถึง ผมต้องเปลี่ยนใจ ภาพบรรยากาศที่ได้เห็น สำหรับผมแล้วผมว่าสวยและเป็นญี่ปุ่นมากที่สุดเท่าที่ผมเคยไปมาเลยทีเดียว ถ้ามีโอกาสปีนี้ ผมคิดว่า น่าจะได้ไปอีกรอบแน่ๆ

13_KnotMirai

Yamakita, Kanagawa (35°21’37” N 139°4’37” E)

และด้วยความติดใจ วันรุ่งขึ้นถึงแว่บไปถ่ายรูปซากุระกับรถด่วนอีกรอบ และโชคก็เข้าข้างเล็กน้อย เพราะเช้าวันนั้นมีลมพัดเล็กน้อยทำให้เห็นซากุระร่วงโปรยปรายอยู่เรื่อยๆ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า 桜吹雪 (Sakura Fubuki)

14_KnotMirai

Yamakita, Kanagawa (35°21’35” N 139°4’24” E)

จบจากเมือง Yamakita ที่ต่อไปก็คือสถานที่ยอดฮิตของทุกคน นั้นก็คือ เจดีย์ Chureito นั่นเอง สำหรับที่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่ต้องนั่งรถไฟไปรอตั้งแต่ห้าทุ่มของวันก่อนหน้านั้น เพื่อนั่งจองที่ถ่ายรูปแถวหน้าสุด นั่งรอจนเช้าเพื่อถ่ายมุมๆเดียว เพราะขยับไปไหนไม่ได้ คนแน่นมาก แต่กระนั้น ภาพที่ผมชอบที่สุดกลับเป็นช่วงกลางคืน ตอนที่รอครับ ผมว่ามันแปลกตาดี ๕๕๕

15_KnotMirai

Kawaguchiko, Yamanashi (35°30’04.4″N 138°48’05.2″E)

จบจากซากุระ แอบพักกลับไทยไปอยู่พักนึง กลับมาอีก ก็ไม่รู้จะถ่ายรูปอะไร เลยยาวมาจนถึงเดือนมิถุนายน และเป็นครั้งแรกกับการถ่ายชินคังเซ็นสีเหลือง Dr. Yellow โดยจากการบอกเล่าจากพี่เบิร์ด (Mahalarp) ผู้เป็นแฟนคลับรถไฟญี่ปุ่น ว่ารถไฟขบวนนี้เป็นรถขบวนพิเศษ ไม่มีตารางวิ่งอย่างเป็นทางการ ด้วยความอยากเลยนั่งหาข้อมูลจนได้ตารางแบบเดาๆจากแฟนพันธุ์แท้รถไฟในญี่ปุ่น และได้สถานที่ถ่าย จนเมื่อถึงวันถ่ายจริง บุกดงหญ้าเข้าไปนั่งรอถ่าย และสุดท้ายก็ได้มาเป็นภาพนี้เลย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

16_KnotMirai

Oiso, Kanagawa (35°18’47.1″N 139°16’08.5″E)

ลืมบอกไปว่า เดือนมิถุนายน ที่ญี่ปุ่นจะเป็นฤดูฝน และดอกไม้ประจำหน้าฝน ก็คือ ดอก Hydrangea หรือ 紫陽花 (Ajisai) นั่นเอง ซึ่งแถบ Kamakura มีชื่อเสียงมากในแถบคันโต ผมเลยเลือกที่จะไปเก็บภาพดอกไม้นี้ที่วัด Meigetsu-in

17_KnotMirai

Kamakura, Kanagawa (35°20’05.4″N 139°33’05.3″E)

เท่านั้นไม่พอ ที่บริเวณนี้ก็มีรถไฟคลาสสิคขบวนเล็กๆที่วิ่งลัดเลาะไปตามบ้านคนในท้องที่นี้ Enoden นั่นเองครับด้วยเหตุนี้ ผมเลยไปนั่งหามุมเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกเช่นเคย

18_KnotMirai

Kamakura, Kanagawa (35°18’38.9″N 139°31’59.2″E)

จากนั้นพอเข้าเดือนกรกฏาคม เข้าสู่หน้าร้อนญี่ปุ่น และเป็นอีกเดือนหนึ่งที่เปิดให้นักเดินเขาสามารถปีนขึ้นไปบนยอดเขาฟูจิซัง ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นได้ ซึ่งผมตั้งใจไ้ว้แล้ว ว่าจะพิชิตเขาลูกนี้ให้ได้ภายในปีที่ผ่านมา ดังนั้นพอทันทีที่เปิดให้ปีนได้ ผมไม่รอช้าที่จะจองที่พักและขึ้นปีนทันที สำหรับทริปบอกได้สั้นๆครับว่า เหนื่อยมากๆ เพราะแค่เดินขึ้นไปก็เหนื่อยมากแล้วแต่ดันแบกอุปกรณ์การถ่ายภาพขึ้นไปด้วย กว่าจะถึงยอด ก็เล่นเอาซะเกือบไม่รอด แต่วิวบนนั้นต้องบอกว่าสวยงามและไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ขึ้นมาจริงๆครับ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

19_KnotMirai

Fujisan Summit, Yamanashi (35°21’55.0″N 138°43’58.9″E)

จบจากทริปปีนฟูจิ จากที่ดูพยากรณ์อากาศและคำนวณตำแหน่งพระจันทร์ พวกผมแก๊งเดิม หรือที่หลายๆคนแอบเรียกว่า แก๊งล่าฟูจิ ออกเดินทางกันไปถ่ายรูปปรากฏการณ์ Pearl Fuji หรือภาพพระจันทร์ตกลงบนยอดเขาไฟฟูจิซังพอดี ซึ่งทริปนี้ไปนั่งรอกันตั้งแต่คืนก่อนหน้า เพื่อรอให้พระจันทร์ตกก่อนรุ่งเช้า โชคร้ายของทริปนี้ที่อยู่ๆระหว่างรอเมฆ หมอก พร้อมใจกันเข้ามาบังยอดเขา ทำให้พวกผมถอดใจและเก็บของเดินกลับ แต่ระหว่างที่กำลังเดินกลับเท่านั้นละครับ ทุกอย่างได้เปิดออกให้เห็นฟูจิซัง เล่นเอาทุกคนวิ่งกลับไปตั้งขาตั้งแทบไม่ทันเลยทีเดียว และเพราะความอ่อนหัด บวกรีบร้อนของผม ทำให้ภาพเลยไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งไว้ครั้งหน้ามีโอกาสต้องไปซ่อมแน่นอน

20_KnotMirai

Yamanaka Lake, Yamanashi (35°25’19” N 138°52’58” E)

จบจากเดือนกรกฏาคม เข้าสู่เดือนสิงหาคม เดือนแห่งเทศกาลต่างๆในช่วงหน้าร้อน ผมและครอบครัวเลือกเดินทางมุ่งลงไปใต้ไปเที่ยวหมู่เกาะชิโกกุ ผ่านเมืองกับงานเทศกาลต่างๆ และสุดท้ายไปจบที่เมืองแห่งน้ำวนที่มีชื่อเสียงของเกาะชิโกกุ เมือง Naruto นั่นเอง น้ำวนที่นี่มีชื่อเรียกว่า 鳴門の渦潮 (Naruto no Uzushio) คล้ายๆกับเรื่องนินจาคาถาใช่ไหมครับ ดีไม่ดี อาจจะมีที่มาเดียวกันก็ได้นะครับ ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน

21_KnotMirai

Naruto, Tokushima (34°14’06.1″N 134°39’00.1″E)

จบจากเดือนสิงหาคม ผมก็ว่าง แทบไม่ได้ไปไหนเลยข้ามเดือนกันยายน จนมาถึงเดือนตุลาคม เป็นอีกครั้งที่แก๊งล่าฟูจิได้รวมตัวกันอีกครั้ง กับมุมในฝันที่ Takabocchi ที่นี่เป็นมุมที่พวกเราคุยกันหลายครั้งแล้วว่าต้องไปให้ได้แต่ด้วยความที่ว่าจุดถ่ายไกลจากฟูจิซัง แถมถ้าเดินทางจากโตเกียวก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นวันที่จะไปกันจึงต้องเลือกให้มั่นใจว่าจะได้ภาพกลับมากันจริงๆ และก็เช่นเคยพวกผมไปรอกันตั้งแต่คืนก่อนหน้านั้น ยืนตากลมหนาวบนยอดเขารอจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็รัวชัตเตอร์กันอย่างเมามัน จนรู้สึกว่าเลือดเปลี่ยนสถานะเป็นวุ้นไปแล้ว ถึงจะหยุดถ่ายกันได้ นับว่าเป็นอีกทริปที่สวยประทับใจแห่งปีเลยก็ว่าได้ครับ

22_KnotMirai

Takabocchi, Nagano (36°7’54” N 138°2’25” E)

จากนั้นข้ามไปอีกสองอาทิตย์ พี่ๆในแก๊งได้ชักชวนกันไปถ่ายรูปที่ Ichikawa เพราะวันนั้นอากาศดี น่าจะถ่ายฟูจิซังได้ แต่ไฮไลต์ของวันนั้นกลับไม่ใช่ฟูจิซัง เพราะเมื่อตอนที่ไปถึง มีช่างภาพญี่ปุ่นรออยู่ก่อนแล้ว ช่างภาพคนนี้ละครับ บอกผมว่า “ยูรู้ไหมว่าวันนี้เนี่ย พระอาทิตย์จะตกผ่านยอดโตเกียวสกายทรีนะ” แกเล่าไปพลางเปิดสมุดบันทึกการคำนวณของแกให้ดูเป็นหลักฐาน ไม่น่าเชื่อครับ แกเล่นถ่ายและจดบันทึกทุกอย่างไว้ในสมุดโน๊ตตลอด เอาจริงๆถึงแกไม่โชว์หลักฐานผมก็เชื่อนะครับ เพราะส่วนใหญ่ช่างภาพชาวญี่ปุ่นข้อมูลแน่นกันทุกคนยิ่งถ้าเป็นคนมีอายุหน่อย เชื่อถือได้แน่นอน และสุดท้ายผมก็ได้ภาพ Diamond Tokyo Skytree มาแบบงงๆฟลุคๆ

23_KnotMirai

Ichikawa, Chiba (35°43’43.8″N 139°54’24.5″E)

จนก่อนสิ้นเดือนตุลาคม จากที่ผมได้ไปเห็นภาพของกระรอกบินของญี่ปุ่น ทำให้เกิดความอยากเห็นและอยากลองถ่ายรูปกระรอกบินดูซักครั้ง พอตัดสินใจได้ ก็เริ่มหาข้อมูลทันที ทั้งหาเองให้เพื่อนชาวญี่ปุ่นช่วยหาให้ด้วย จนได้สถานที่มา ที่นี่มีลักษณะคล้ายกับเขตสงวนพันธุ์สัตว์ เลยทำให้ที่นี่สามารถพบเห็นกระรอกบินได้ เท่าที่อ่านก่อนไป ผมเดาว่า น่าจะได้ถ่ายตอนช่วงเย็นๆก่อนค่ำ แต่ที่ไหนได้ ความเป็นจริงแล้ว กระรอกจะออกจากรังหลังพระอาทิตย์ตกดิน 30 นาที เท่านั้นละครับ เป็นครั้งแรกที่ผมต้องรีดพลังของ ISO จากกล้อง Nikon Df ไปถึง 51200 ผลเลยออกมาเป็นดังภาพเลยครับ

24_KnotMirai

Karuizawa, Nagano (36°21’43.2″N 138°35’21.4″E)

ข้ามมายังเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากผมใช้ Kanto Pass ในการเดินทางไปดูกระรอกบินในทริปที่ผ่านมา ผมจึงใช้ที่เหลือนั่งรถไฟไปเที่ยวแถบ Kofu เพราะไม่เคยไปเดินเล่นแถวนั้นเลยซักครั้ง และระหว่างที่เดินเล่นอยู่ เหลือบไปเห็นฟูจิซัง โชคดีจริงๆที่พกกล้องติดมาด้วย ผมรีบเดินมองหามุมถ่ายรูปทันที สุดท้ายไปจบที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน Kofu และได้ภาพมุมแปลกๆข้างล่างเลยครับ (ภายหลังผมโพสภาพนี้ในเฟสบุ๊ค มีเพื่อนญี่ปุ่นที่เกิดที่ Kofu มาถามด้วยนะครับว่าไป Kofu มาเหรอ เพราะเค้าจำวิวได้ สงสัยห้างจะดังพอตัวนะครับ เพื่อนผมถึงรู้จัก ๕๕๕)

25_KnotMirai

Kofu, Yamanashi (35°41’06.0″N 138°29’03.2″E)

แต่หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่ฝรั่งเศส ทำให้สถานที่หลายๆที่ร่วมใจกันเปลี่ยนสีเป็นสีธงชาติฝรั่งเศส (Tricolor) เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเหล่าผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เท่าที่ผมรู้ที่ญี่ปุ่นมีอาคารสามแห่งที่เข้าร่วม คือ ตึก Government Building ที่ชินจุกุ โตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวสกายทรี

26_KnotMirai

Sumida, Tokyo (35°42’26.9″N 139°49’12.5″E)

และภายในเดือนเดียวกันนั้นเอง ก็คงจะพลาดไม่ได้กับฤดูใบไม้แดง ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะลองไปถ่ายใบไม้แดงที่สวนเล็กแถวบ้าน แต่อย่างที่หลายคนรู้กันว่า ใบไม้แดงของญี่ปุ่นปีนี้นั้นย่ำแย่มาก เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้ต้นไม้เกิดความสับสนไม่รู้จะแดงหรือจะร่วงดี (อันหลังผมเติมเองนะครับ ๕๕๕) เลยทำให้ภาพที่ได้ยังไม่เต็มที่แต่ก็ถือว่าพอได้นะ สำหรับผมนะครับ

27_KnotMirai

Oiso, Kanagawa (35°18’23.4″N 139°17’20.8″E)

หลังจากผิดหวังเล็กน้อยที่สวนที่เมือง Oiso แล้วผมเองก็ยังมีอีกที่ซึ่งตั้งใจไว้ตั้งแต่กลางปีว่า ใบไม้แดงนี้ต้องไปถ่ายมุมนี้ให้ได้ ที่นี้ก็คือวัด Meigetsu-in ที่ผมเคยไปถ่ายเมื่อตอนหน้าฝนนั้นเองครับ ภายในวัดนี้มีช่องประตูทรงกลมซึ่งถ้ามองลอดเข้าไปจะเป็นใบไม้แดงให้เห็น ครั้งแรกที่เห็นรูป ผมรู้สึกว่ามันญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ต้องถ่ายเก็บไว้ให้จงได้ นั่งเฝ้าเว็บพยากรณ์ต่างๆ จนล่วงเลยไปถึงเดือนธันวาคม ใบไม้แดงที่แถบคามาคุระน่าจะแดงระดับหนึ่งแล้ว จึงออกไปถ่ายมุมที่ตั้งใจไว้ แต่อย่างที่บอกไปว่าปีนี้ใบไม้แดงค่อนข้างย่ำแย่ รูปที่ได้มาก็ตามนี้เลยครับ

28_KnotMirai

Kamakura, Kanagawa (35°20’05.4″N 139°33’05.3″E)

หลังจากถ่ายที่วัดในช่วงเช้าเสร็จ พวกผมแก๊งเดิมก็นัดหมายกันไปสำรวจจุดถ่ายฟูจิซังที่ใหม่ที่พวกเราไม่เคยมีใครลองไปมาก่อน ออกเดินจากวัดมุ่งหน้าลงใต้ไปสุดยังบริเวณปลายสุดของแหลม Miura สภาพส่วนใหญ่เป็นแนวโขดหินติดทะเล และเพราะการมาครั้งแรก ทุกคนต่างแยกย้ายกันเดินหามุมตามที่ตนเองชอบ ส่วนตัว ผมแอบถูกใจหินเป็นพิเศษเลยถ่ายติดคู่ฟูจิซังกลับมาซะเป็นส่วนใหญ่

29_KnotMirai

Miura, Kanagawa (35°8’7” N 139°36’33” E)

ผ่านมายังทริปเกือบสุดท้ายของปี ทุกๆคนน่าจะทราบกันดีว่าเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงที่กระแสของหนัง Starwars ภาคใหม่กำลังมาแรง และที่ญี่ปุ่นเองก็มีแฟนคลับของหนังเรื่องนี้ไม่แพ้ชาติอื่น ทำให้โตเกียวสกายทรีจัด Event พิเศษเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะมีงานนิทรรศการในตัวตึก หรือของที่ระลึกต่างๆ ที่ผมสนใจมากที่สุดก็คือ ไฟของตีกครับ ปกติแล้วโตเกียวสกายทรีจะมีการสลับสับเปลี่ยนสีไฟของตึกเรื่อยๆ เป็นลายต่างๆตามเทศกาล เพื่อหนัง Starwars สีของโตเกียวสกายทรีรอบนี้จึงเป็นสีแดง สีของกระบี่แสงของฝั่งซิธนั้นเอง ซึ่งก่อนวันถ่ายจริงก็คิดอยู่นานว่าจะถ่ายที่ไหนดี บังเอิญว่าวันที่ออกไปถ่ายท้องฟ้าเป็นใจ สามารถเห็นฟูจิซังจากเขตโตเกียว ผมเลยไม่รอช้าเดินทางไปจังหวัดชิบะ โดยตั้งใจว่าจะถ่ายสองสัญลักษณ์นี้คู่ ผลก็ออกมาเป็นตามรูปข้างล่างเลย

30_KnotMirai

Kamagaya, Chiba (35°46’36” N 140°0’2″ E)

และแล้วก็มาถึงทริปสุดท้ายของปีนี้ เป็นทริปในวันหยุดส่งท้ายปีเก่า โดยทริปนี้ผมกับครอบครัววางแผนไปเที่ยวจังหวัด Wakayama ซึ่งเป็นจังหวัดที่พวกผมไม่เคยได้ไปมาก่อน โดยเริ่มเดินทางไล่ลงมาตั้งแต่ Nagoya วิ่งตามถนนเลียบทะเล ผ่านเมือง Matsusaka, Ise, Toba วนลงไปแหลม Kii วนรถขึ้นมาเข้าเมือง Wakayama และสุดท้ายไปจบที่เมือง Osaka โดยรวมแล้วทริปนี้เป็นทริปสบายๆ เน้นเที่ยวไม่รีบร้อน แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พีคของแถบนี้ ผมก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพไว้เหมือนกัน อย่างเช่น ภาพเจดีย์แดงคู่กับน้ำตก Nachi หนึ่งในสัญลักษณ์ของ Wakayama ครับ

31_KnotMirai

Nachisan, Wakayama (33°40’8″ N 135°53’20” E)

จบเป็นที่เรียบร้อยกับกระทู้ครบรอบปีที่สองของผม เป็นอย่างไรบ้างครับ เรื่องราวของผม หวังว่าคงถูกใจ หรือเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนไม่มากก็น้อยนะครับ

สุดท้าย ขอบคุณทุกคนที่นั่งอ่านนั่งดูมาจนถึงตอนจบได้ แม้ผมอาจจะเขียนยาวไปหน่อย ๕๕๕

ลากันไปด้วยภาพแถมเล็กน้อย สวัสดีครับ

32_KnotMirai

Urashima, Wakayama (33°37’16″ N 135°57’7″ E)