สวัสดีครับ หลังจากที่ได้โพสภาพวิวฟูจิซังไป มีเพื่อนๆหลายสนใจ และสงสัยว่ารูปนี้ถ่ายที่ไหน วันนี้ผมเลยจะมาพาเพื่อนๆไปชมว่า ที่นั้นคือที่ไหน สถานที่นั้นไม่ใช่ที่ธรรมดานะครับ มีดีกรีถึงยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น ใช่แล้วครับ ยอดเขา Kitadake (北岳) ครับ

1311_fantastic_main

ขอบคุณภาพจาก JNTO

หลายคนอาจจะสงสัยนะครับ ว่า Kitadake คืออะไร?
Kitadake เป็นชื่อภูเขาครับ โดยภูเขานี้มีความสูงประมาณ 3,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ยอดเขานี้เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองในประเทศญี่ปุ่น (อันดับหนึ่งคือ ฟูจิซัง สูงประมาณ 3,700 เมตร) และด้วยความที่ยอดเขานี้ตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับฟูจิซัง จึงทำให้คนที่ชื่นชอบการถ่ายรูปสามารถถ่ายยอดเขาฟูจิซังได้อีกรูปแบบหนึ่งจากยอดเขานี้ครับ

1024px-Mount_Kita_from_Mount_Nakashirane_2001-10-03

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia

และต้นเรื่องทั้งหมดก็มาจากภาพฟูจิซังที่เห็นข้างบนเนี่ยละครับ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า มีรุ่นพี่ที่รู้จักได้โพสรูปนั้นขึ้นเฟสบุ๊ค บอกว่า อยากไปถ่ายรูปนี้จัง พร้อมทั้งบอกว่าถ้าใครสนใจไป ให้ลงชื่อได้นะครับ ผมเห็น ก็ไม่รอช้าเลย รีบหลังไมค์ไป ยกมือบอกว่า ขอตามติดไปด้วยทันที ๕๕๕

หลังจากรวบรวมสมัครพรรคพวกได้ ก็ได้สมาชิกทั้งหมด 5 คน เป็นชายหนุ่มที่เรียนหรือไม่ก็ทำงานอยู่ในญี่ปุ่นตอนนี้ และด้วยเหตุนี้ทำให้การจะเที่ยวครั้งนี้ ต้องเป็นวันหยุดเท่านั้น จากแผนที่วางไว้ครั้งแรกพวกเราตั้งใจกันว่าจะไปกันตอนช่วงหยุดหน้าร้อนของประเทศญี่ปุ่น หรือประมาณ ช่วงต้นเดือนสิงหาคมครับ แต่ความเป็นจริงๆมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เมื่อใกล้ถึงวันจริง พยากรณ์อากาศกลับไม่เป็น มีเมฆและฝนตกหนัก ซึ่งแน่นอนถ้าตั้งใจว่าจะไปถ่ายรูปฟูจิซัง ถ้าฟ้าไม่ใส เรียกว่าลืมไปได้เลย เพราะถ่ายยังไม่ก็ไม่สวยหรือไม่เห็นฟูจิซัง อีกทั้งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่เคยปีนเขาจริงๆกันเลย การจะไปปีนในวันที่อากาศไม่ดีอาจจะอันตรายไปหน่อย หลังจากนั้นไม่รู้ว่าฟ้ากลั้นแกล้งหรืออะไร ทุกสุดสัปดาห์ฟ้าไม่เคยใส่อีกเลย ไม่ฝนตกก็เมฆมาก ทั้งๆที่กลางอาทิตย์ฟ้าใสมาตลอด มาเน่าตอนสุดสัปดาห์ยังมี … จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 กันยายน ผลอากาศจากเวปออกมาเป็นดังรูป ฟ้าใส เหมาะแก่การปีน เท่านั้นละครับ สมาชิกไม่รอช้าจัดกระเป๋าจองรถเดินทางกันทันที

Screen Shot 2557-09-11 at 8.48.52 PM

*เวปเช็คพยากรณ์นี้ค่อนข้างเชื่อถือได้และสามารถเช็คสภาพของที่ต่างๆในญี่ปุ่น รวมทั้งยอดเขาได้ แต่อาจจะต้องสามารถอ่านภาษาญี่ปุ่นเข้าใจได้บ้างเล็กน้อยนะครับ ถ้าใครสนใจสามารถดูได้ที่นี่เลย

เมื่อรู้วันเวลาที่จะไปแน่นอนแล้ว ขั้นต่อไปคือการจัดกระเป๋า ต้องบอกไว้ก่อนว่า ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปีนเขา แต่จากที่อ่านและประสบมา ผมลิสต์ได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ
1. เสื้อผ้า (ขนไปตามที่อยากจะเปลี่ยน)
2. อุปกรณ์กันแดด
3. อุปกรณ์กันฝน
4. อุปกรณ์กันหนาว
5. รองเท้าปีนเขา
6. ถุงเท้าปีนเขา (ขนไปตามที่อยากเปลี่ยนเช่นกัน)
7. ของกินที่พกพาง่าย และไม่เสียง่าย เช่น ขนมปัง
8. ขนมให้พลังงานและที่ใส่น้ำสำหรับทานระหว่างทาง
9. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หรือุปกรณ์ส่วนตัว
10. ครีมกันแดด
11. กระดาษทิชชู่ทั้งแบบแห้งและเปียก
12. ยาสามัญพื้นฐาน
13. อุปกรณ์ถ่ายภาพ
14. ไฟฉาย (แนะนำเป็นแบบไฟฉายจับกบจะดีที่สุดครับ)

*ทริปนี้เป็นทริปถ่ายรูปนะครับ เพราะฉะนั้นพวกอุปกรณ์ค้างแรม พวกผมจะไม่พกไป โดยกะว่าจะเช่าเอาที่จุดพักบนยอดเขาครับ

และด้วยความที่ผมเป็นมือใหม่ ผมแบกทุกอย่างไปหมดเลย แบกไปเต็มพิกัดตามรูปเลย ซึ่งหมดสนุกไปเยอะก็เพราะน้ำหนักที่หนักเกินไปเหล่านี้ละครับ เวลาอยากจะถ่ายรูปก็ถ่ายไม่ได้เพราะไม่มีแรงเหลือ ดังนั้นเรื่องการจัดกระเป๋า สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำว่าให้ระวังเรื่องน้ำหนักกระเป๋าไว้นะครับ ขนไปแต่ที่จำเป็น อันไหนลดได้ลดครับ เพราะถ้าแบกหนักไปมากเกิน พอตอนที่ปีนจะมีความรู้สึกเที่ยวไม่สนุกและอยากจะโยนของที่แบกมาทั้งหมดทิ้งไปเหมือนที่ผมได้นะครับ ๕๕๕

2014-09-12 20.01.35 copy

เมื่อจัดของเสร็จ ผมก็ออกเดินทางไปตามที่นัดหมายกับบรรดาพี่ๆผู้ร่วมทริปไว้ โดยการเดินทางไปปีนเขานี้นั้นมีประมาณ 3 เส้นทาง (เท่าที่ผมรู้นะครับ) โดยทั้งหมดจะเดินทางเพื่อไปยังจุดเริ่มต้นในการปีนเขาครั้งนี้ ชื่อว่า Hirogawara ครับ ซึ่งเส้นทางทั้งสาม คือ

1. นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kofu (甲府) แล้วจากนั้นต่อรถบัสเพื่อไปลงจุดเริ่มต้นในการปีน
2. นั่งรถบัสรอบพิเศษจากชินจุกุ เดินทางยาวมาลงที่จุดเริ่มต้นในการปีนเลย
3. ขับรถไป แล้วไปจอดไว้ที่ Ashiyasu (芦安駐車場) ซึ่งเป็นที่จอดรถที่เตรียมไว้ จากนั้นต่อรถบัสขึ้นไปยังจุดเริ่มต้นในการปีนอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

*รายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับรถบัส สามารถดูได้ที่นี่เลย

สำหรับผมในการเดินทางนี้ ผมแอนด์เดอะแก๊ง เลือกเส้นทางที่ 3 ครับ เพราะจากการคำนวณต่างๆ เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่สะดวกและน่าจะถูกที่สุดครับ โดยตามแผน ผมจะออกเดินตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ จากนั้นจะเดินไปยังที่จอดรถ แล้วไปรอขึ้นรถบัสที่นั้นครับ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่แค่ผมกลุ่มเดียวที่คิดจะพิชิตยอดเขาในวันนั้น แต่ยังมีชาวญี่ปุ่นอีกเพียบครับ ๕๕๕

2014-09-13 04.14.35 copy

เพื่อที่จะไม่ให้พลาดรถเที่ยวแรก พวกผมต้องไปต่อคิวตั้งประมาณตีสามกว่าๆ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็มีคนญี่ปุ่นเริ่มมาต่อคิวตามกันเต็มไปหมดดังที่เห็นในภาพนั้นข้างบนครับ และหลังจากต่อคิวได้ซักพัก ตู้จำหน่ายบัตรโดยสารก็จะเปิด ให้ซื้อตั๋วครับ โดยตั๋วของผมทั้งหมดจะราคา 1,130 เยนครับ (รวม 100 เยนเป็นค่าบำรุงสถานที่ไปด้วยครับ) เป็นตั๋วเที่ยวเดียวนะครับ ไม่มีโปรโมชั่นหรือขายตั๋วไปกลับนะครับ ๕๕๕

2014-09-13 04.13.59 copy

และเมื่อถึงเวลารถบัสวิ่งมารับ ก็เริ่มให้ผู้โดยสารขึ้นไปตามคิวที่ต่อไว้ครับ ข้อดีของการจัดการรถบัสที่นี่อย่างหนึ่งคือ ทางผู้จัดจะให้ผู้โดยสารขึ้นไล่กันไปเรื่อยๆจนนั่งเต็มรถทุกคันที่มาก่อน จากนั้นถึงจะค่อยให้ผู้โดยสารขึ้นไปยืนทีหลัง นั้นหมายความว่า ถ้าหากเรามาทันคิวต้นๆ เราก็จะได้นั่งแน่นอนครับ

จากนั้นใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงหนึ่ง ซึ่งถ้าใครได้นั่งก็นอนเอาแรงไว้ก่อน เพราะเมื่อถึง จะได้เริ่มเดินทางกันเลย และเมื่อผมมาถึงต้องตกใจเลยครับ ถึงแม้ว่าจะขึ้นมาเที่ยวแรก แต่คนที่อยู่บนจุดเริ่มต้นนี้เพียบเลยครับ ผมเดาว่า น่าจะเป็นเพราะมีคนที่ลงมาแต่เช้าเพื่อจะกลับรถเที่ยวแรกรวมอยู่ด้วยครับ

2014-09-13 06.22.51 copy

เมื่อถึงจุดเริ่มต้นขั้นแรกก็เตรียมตัวได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นไม่เท้า หรือกล้อง หยิบออกมาเตรียมพร้อมเดินทางได้เลยครับ และที่สำคัญ หากใครเกิดปวดห้องน้ำ ให้เข้าที่นี่ก่อนเลยครับ เพราะถ้าหากไปปวดกลางทางต้องหาทางปล่อยข้างทางเอง เพราะเส้นทางที่จะเดินทางไปจะไม่มีห้องน้ำหรือร้านค้ารายทางจนกว่าจะเจอจุดพักแรกครับ และตามธรรมเนียมครับ ต้องชักภาพหมู่ก่อนเดินทางครับ และตอนออกเดินทางท้องฟ้าก็แจ่มใส ทุกคนก็หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งกลุ่มไม่มีใครรู้เลย ว่ากำลังจะเจอกับความมันส์ระดับตำนานในชีวิต ๕๕๕

10492097_10152795810978694_2620372176840429887_n

ขอบคุณภาพจากพี่ Mahalarp

ตามอ่านกันที่ ภาค 2 ได้เลยครับ