จาก ภาค 1 ที่เริ่มเกริ่นเรื่อง และพูดถึงการเดินทางมายังจุดเริ่มเดิน คราวนี้เดินตามรอยกันที่ต่อที่ภาคสองได้เลยครับ ว่าแล้วเพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ มาเดินทางกันต่อกับ Kitadake ยอดเขาอันดับสองของญี่ปุ่น ภาค 2 ครับ

2014-09-13 15.00.00

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่า ทันทีที่ลงจากรถบัส บริเวณแถวนี้ไปถึงบริเวณเขาทั้งหมดจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แม้แต่น้อยนะครับ เพราะฉะนั้นหากมีข้อมูลอะไรที่จำเป็น ต้องพิมพ์ออกมาหรือหามาเก็บไว้ใช้แบบที่ไม่ต้องอาศัยอินเตอร์เน็ตนะครับ และในบรรดาสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ แผนที่ ครับ แผนที่ของที่นี่ตามจริงๆแล้วต้องซื้อเอาครับ แต่แอบกระซิบว่า จริงๆก็สามารถหาได้ตามอินเตอร์เน็ตเหมือนกันครับ เพราะว่า เหล่าบล๊อคเกอร์ชาวญี่ปุ่น ก็ใจดีอัพมาแบ่งปันเหมือนกันครับ

map00 copy

ขอบคุณภาพจาก Super-bnb

ในการเดินทางครั้งนี้ของผม จากแผนที่ จุดเริ่มต้นหรือจุดที่ลงจากรถบัสจะเป็นบริเวณหมายเลข 1 และมีเป้าหมายของการเดินทางเป็นหมายเลข 5 ซึ่งจะเห็นได้ว่าหมายเลข 5 นั้นจะเลยบริเวณที่เป็นยอดเขาไปแล้ว เพราะเนื่องจากความตั้งใจแรกคือ จะตื่นแต่เช้าเพื่อถ่ายรูปฟูจิซัง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกพอดี เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าที่พักตรงหมายเลขห้า จะหันหน้าไปทางตะวันออกพอดี ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการไปถ่ายรูปฟูจิซังตามที่ตั้งใจไว้ (พูดง่ายๆคือ ถ้าหากใครต้องการพิชิตยอดเขา จะเดินทางสั้นกว่า แต่ต้องเดินขึ้นสูงกว่าครับ)

2014-09-13 07.11.50 copy

เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วก็เริ่มออกเดินทางครับ โดยผมเริ่มออกเดินทางประมาณ 06.30 เห็นจะได้ครับ โดยการเดินทางก็จะเดินทางจากหมายเลข 1 ไปยังวงกลมสีเหลืองซึ่งเป็นทางแยก จากจุดวงกลมสีเหลืองนี้ ซึ่งตอนแรก พวกผมตั้งใจว่าจะไปตรงไปยังหมายเลข 3 เลย เพราะเส้นทางจาก 1 ไปยัง 3 นี้จะสั้นและใช้เวลาน้อยกว่า แถมยังเป็นทางเดินที่ไม่ชันมาก เพราะเป็นทางเดินเรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆครับ เสมือนเป็นการวอร์มอัพไปในตัว แต่พวกผมเดินผิดครับ พวกผมใช้ทางเดินไปยังหมายเลข 2 ซึ่งทางเดินนี้จะเป็นทางเดินขึ้นเขาครับและใช้เวลานานกว่า

2014-09-13 07.23.43 copy

ต้องบอกว่า การเดินทางไปทางนี้ แรกๆก็ไม่เท่าไร แต่พอเดินไปซักพัก ต้องบอกว่าเหนื่อยเลยครับ เพราะผมเพิ่งเดินทางครั้งแรก ไม่คุ้นเคยกับการเดินแถมยังแบกอุปกรณ์ถ่ายภาพมามากมายเพราะหวังว่าจะเก็บรูปที่สวยงามกลับไป ทำให้การเดินทางครั้งนี้ของผมเรียกได้ว่าล่าช้า และนอกจากนี้ด้วยความที่ทุกคนมีความเป็นช่างภาพด้วยกันทุกคน เวลาเดินไปตามสองข้างทางเจอมุมที่สวยงามก็อดกันไม่ได้ที่หยุดชักภาพกันโดยที่ไม่มีใครรู้ว่า พวกเรานั้นทำเวลาได้ช้ามากๆ และจะส่งผลอันตรายต่อไปในภายหลัง

2014-09-13 12.00.38 copy

และสุดท้ายพวกผมก็ถึงบริเวณจุดพักแรก หรือหมายเลข 2 ตอนประมาณ 12.30 ซึ่งช้าพอสมควรแต่ ณ ตอนนั้นพวกเราทุกคนยังคิดว่า ไม่ซีเรียสและสามารถผ่านไปยังจุดต่อๆไปได้อย่างสบาย จึงหยุดพักรับประทานอาหารกลางวันกัน ซึ่งที่จุดพักนี้มีบริการน้ำดื่มเติมฟรี น้ำอัดลม และอาหารจำหน่าย

2014-09-13 12.33.55 copy

นอกจากนี้ที่จุดพักนี้ยังสามารถที่จะหยุดพักผ่อนได้ด้วยครับ ไม่ว่าจะนอนในตึกที่เห็นในภาพข้างบนหรือจะกางเต้นท์ก็ทำได้ครับ ซึ่งตรงจุดนี้ ที่ผมแนะนำว่า ถ้าใครที่ไม่ชำนาญ ควรจะหยุดพักที่บริเวณนี้ก่อนครับ จากนั้นค่อยไปต่อในวันถัดไป ยิ่งถ้ามาถึงบริเวณนี้หลังบ่ายโมงแล้วยิ่งสมควรพักเลยครับ เพราะทางต่อจากนี้จะเป็นทางขึ้นเขาอย่างเดียว ไม่มีทางลาดอีกแล้วครับ

2014-09-13 13.10.13 copy

เมื่อรับประทานอาหารและเติมน้ำ เพิ่มพลังกันเสร็จแล้ว พวกผมจึงเดินทางกันต่อ ซึ่งตอนนั้นก็เกือบบ่ายสองเห็นจะได้ ซึ่งจริงๆจากที่คุยกับคนญี่ปุ่น ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกผมไม่มีทางไปทันจุดหมายก่อนพระอาทิตย์ตกแน่นอน แนะนำว่าอย่าไปให้พักที่จุดพักนี้ดีกว่า เพราะการเดินทางที่นี่ตอนกลางคืน มันอันตรายมาก! แต่ถ้าหากพวกผมพักกันที่นี่ นั้นหมายความว่าไม่ทางเป็นไปได้เลย ที่พวกผมจะถ่ายรูปฟูจิซังตอนเช้าได้ทัน เพราะฉะนั้นพวกเราจึงตัดสินใจเดินกันต่อครับ โดยการเดินทางก็คือเดินตัดลงมาจากหมายเลข 2 เพื่อมายังหมายเลข 3 ครับ ซึ่งบริเวณหมายเลข 3 นี้ แม่น้ำจะเริ่มไล่ขึ้นไปตามเขา หรือพูดง่ายๆคือเป็นการเดินเรียบแม่น้ำขึ้นเขาไปเรื่อยๆครับ

2014-09-13 13.54.30 HDR copy

อ่อ ผมลืมพูดถึงเรื่องสำคัญอยางหนึ่ง คือ เรื่องห้องน้ำครับ ต้องบอกว่าทริปนี้ห้องน้ำจะมีน้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้เพื่อนๆที่มาจัดการเรื่องการเข้าห้องน้ำให้ดีนะครับ โดยปกติ ห้องน้ำที่สะอาดและสภาพดีๆจะอยู่ที่จุดพักต่างๆตามแผนที่ และมีห้องน้ำชั่วคราวที่จุดหมายเลข 3 นี้เท่านั้น นอกจากนั้นต้องหาทางเข้าตามข้างทางหรือตามพุ่มไม้เอาเองนะครับ ๕๕๕

2014-09-13 13.53.00 copy

นอกจากนี้ในการเดินทางตั้งแต่หมายเลข 3 เป็นต้นไป เส้นทางจะค่อนข้างดูลำบาก ไม่ได้ทำทางไว้ให้เดินเหมือนช่วงแรกๆที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นทางญี่ปุ่นจึงมีการทำสัญลักษณ์ไว้นันก็คือจุดวงกลมครับ โดยวงกลมนั้นจะมีทั้งสีแดงหรือสีเหลือง และนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ว่า ทำไมการเดินทางตอนกลางคืนถึงค่อนข้างอันตรายเพราะว่า เมื่อมืดลงแล้วการที่จะลพัดหลงเดินออกนอกเส้นทางนั้น เป็นไปได้สูงมาก

6045411108_3c70cf3970_o

ขอบคุณภาพจาก Gary Wolff

ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามคาดครับ พระอาทิตย์ตกดินแล้วแต่พวกเรายังไปไม่ถึงไหนเลยครับ ไปไม่ถึงแม้กระทั่งวงกลมสีเหลืองอันถัดไปด้วย ทั้งๆที่ในแผนที่เขียนไว้ว่า เดินทางเพียงแค่ 2 ชั่วโมง เมื่อเป็นดังนั้นความตึงเครียดก็เริ่มเข้ามาครับ ทุกคนในกลุ่มเริ่มประชุมกันว่า จะเอายังไงดีระหว่างหาหาที่นั่งรอแถวนั้นจนเช้า แล้วค่อยเดินต่อ จะเดินต่อไป หรือจะเดินกลับไปยังจุดพักแรก

หลังจากคุยกัน ตัวเลือกที่ถูกตัดทิ้งตัวเลือกแรก ก็คือ การนั่งรอแถวนั้นจนเช้าครับ เพราะเนื่องจากอุปกรณ์ที่พกกันมาไม่มีอะไรที่ใช้สำหรับการค้างแรมเลย ทำให้การที่จะนอนรออยู่ในป่าที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น อากาศจะเปลี่ยนไปแบบไหน น่าจะเป็นความคิดที่ไม่ดี จึงทำให้ทุกคนลงความเห็นว่าควรจะขยับกัน ทีนี้ก็เหลือตัวเลือกเพียงแค่เดินกลับ หรือไปต่อ

2014-09-13 14.59.08 HDR copy

และทุกคนก็ลงความเห็นว่า ควรจะเดินไปต่อข้างหน้า เพราะว่าถ้าหากเดินกลับไป ทางกลับจะเป็นทางเดินลงเขา ประกอบกับทางเดินลงเขานั้นเป็นทางเดินเรียบแม่น้ำ ซึ่งในขณะนั้นน้ำแห้งมากและเต็มไปด้วยหิน ทุกคนจึงเกรงว่า หากฝืนเดินทางกลับไปอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นไถล หรือตก กระแทกหินให้ได้รับบาดเจ็บกันได้ เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ทุกคนตกลงกันคือ เดินหน้าต่อไป เพราะอย่างน้อย เดินหน้าต่อไป โอกาสที่เราจะได้เห็นฟูจิซังตามที่ตั้งใจก็ยังมีอยู่

แต่การตัดสินใจครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะว่าทางเดินข้างหน้านั้นไม่ใช่ทางเดินง่ายๆเลย และเนื่องจากตอนนั้นทุกอย่างมืดหมด บวกกับพวกเราต้องการทำเวลา ทุกคนจึงตั้งใจเดินกันอย่างเดียว โดยไม่ถ่ายรูป ซึ่งทางเดินเมื่อผ่านพ้นช่วงเดินเรียบแม่น้ำไป ก็จะไปถึงบริเวณยอดเขาต่างๆ ซึ่งตรงส่วนนี้จะต้องปีนบันไดที่จัดเตรียมไว้ ตามรูปข้างล่างเลยครับ โดยถ้าเทียบตามแผนที่แล้วก็จะประมาณจุดวงกลมสีเหลืองแรก ไปถึงวงกลมสีเหลืองที่สอง

6044862469_15e7cc69f8_o

ขอบคุณภาพจาก Gary Wolff

ซึ่งในรูปแม้ว่าจะดูง่าย แต่จริงๆแล้วไม่ง่ายและอันตรายมากๆครับ เพราะข้างๆที่ดูเหมือนเป็นต้นไม้ทึบๆ แท้จริงๆแล้วเป็นเหวครับ ซึ่งบางช่วงก็มีที่กั้นดังรูป บางช่วงก็ไม่มี นั้นหมายความว่าหากมีการผิดพลาดเกิดขึ้น ก็อาจจะหมายถึงชีวิตทันทีครับ

หลังจากผ่านช่วงนั้นไป ก็จะสู่ช่วงที่เป็นบริเวณยอดเขาต่างๆ  หรือถ้าในแผนที่คือบริเวณวงกลมสีเหลืองที่สองนั้นเอง ซึ่งช่วงนี้ทางเดินทั้งหมดจะเป็นทางเดินเรียบข้างเขาครับ ตามภาพเลยครับ ซึ่งทุกอย่างนั้นเป็นไปตามที่คนญี่ปุ่นพูดเลยครับ ว่าทางเดินเหล่านี้ไม่เหมาะจริงๆกับการเดินทางตอนกลางคืน เพราะเดิมทีก็ค่อนข้างที่จะอันตรายอยู่แล้ว และยิ่งมีความมืดและความล้าเข้ามาเกี่ยวด้วยแล้ว ความอันตรายและความน่ากลัวยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นมากๆครับ

6044863299_e0d4a8fe78_o

ขอบคุณภาพจาก Gary Wolff

และเป็นความโชคดีของกลุ่มพวกผมมากๆที่ช่วยกันพามา ประคับประคองเดินทางกันมาได้จนถึงบริเวณหมายเลข 4 ในแผนที่ ซึ่งพอมาถึงจุดนี้ ก็ประมาณ ตี 3 ได้ครับ และที่จุดนี้เอง พวกเราทุกคนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว แถมพี่คนหนึ่งในกลุ่มถึงกับไม่ไหวจริงๆ ไม่มีแรงและเดินต่อไปไม่ไหว ด้วยเหตุนี้ความเครียดก็กลับมาอีกครั้ง เพราะพวกเราต้องตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อไปกับการเดินทางครั้งนี้ และจากทำการประเมินสถานการณ์ใหม่ พวกเราลงมติว่า เราควรจะพักแล้วค่อยออกเดินทางต่อตอนเช้า เพราทางเดินทางจะเดินต่อไปนั้นไม่มีราวให้จับอีกแล้ว ซึ่งหากเดินต่อไป อาจจะมีคนพลาดตกลงไปได้ หรือพี่คนที่เดินไม่ไหวแล้วอาจจะหมดแรงตกลงไปได้เช่นกัน และแถมที่พักหมายเลขห้าก็ดูจะไม่ใกล้พวกเราซักเท่าไรเลย (ซึ่งจะเห็นได้จากภาพข้างล่างที่ผมถ่ายเมื่อตอนเช้าแล้ว)

DSC_0729_1

ต้องบอกว่า ณ ตอนนั้น ไม่มีใครสนใจเรื่องฟูจิอีกต่อไปแล้ว ทุกคนต่างสนใจแค่ว่า จะทำยังไงดี เพื่อให้รอดกลับไปครบทุกคนได้ แต่กระนั้นแล้วปัญหาใหม่ระหว่างการเดินทางก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะที่ๆพวกเราไปหยุดตรงนั้นเป็นทางเรียบ ตกกลางคืนลมที่วิ่งผ่านจริงแรงมาก นอกจากนี้ในตอนก่อนเช้าหมอกยังลงจัดอีก ทำให้พวกเราต้องเผอิญกับความหนาวที่จับไปถึงขั้วหัวใจ แต่ ณ ตอนนั้นพวกเราทุกคนไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว นอกจากทนครับ ทนให้พระอาทิตย์ขึ้นแล้วภาวนาให้ทุกอย่างมันดีขึ้น ซึ่งภายหลังพบว่าตรงที่ๆแล้วพวกนั้น ยิ่งเป็นที่ๆไม่น่าหยุดพักใหญ่ เพราะบริเวณนั้นคนญี่ปุ่นบอกว่า เสี่ยงมากต่อการที่จะมีหินตกลงมา ซึ่งอันตรายมากๆ (ข้างล่างเป็นภาพที่ได้ถ่ายพี่ในกลุ่มได้ถ่ายไว้เมื่อตอนพระอาทิตย์ขึ้น)

10644795_763638747015823_5554459481922602094_o

ขอบคุณภาพจากพี่ Jirat

แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีครับ เพราะในระหว่างที่เรารอพระอาทิตย์ขึ้นอย่างมีความหวัง สิ่งที่พวกเราลืมกันไปนานแล้ว หรือเป้าหมายของการมาครั้งนี้ ก็ปรากฏมาให้เราเห็นตรงหน้าครับ ยอดเขาฟูจิซังนั้นเองครับ

2014-09-14 04.52.58-1_1 copy

ภาพที่ผมเห็นวันนั้น บอกได้คำเดียวครับ ว่าสวยงามมากครับ มันติดตาผมมาจนถึงตอนนี้ที่เขียนบล๊อคเลยด้วยซ้ำ ซึ่งไม่รู้ว่าจะอธิบายเป็นคำพูดหรือด้วยรูปภาพอย่างไร ผมว่าก็ไม่เท่ากับไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าทริปนี้จะเป็นทริปนี้เหนื่อย อันตราย และเสี่ยงตายที่สุดในชีวิตผม แต่สิ่งที่ผมได้เห็นได้เจอนั้นสวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาด้วยเช่นกัน ผมก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องทฤษฏีเท่าไร แม้แต่แค่แสงที่สาดลงมาที่หน้าผา ผมก็ว่ามันเป็นแสงที่สวยงามและมีความเป็นธรรมชาติสูงมากๆ

2014-09-14 05.39.29-2

 ซึ่งหลังจากพวกเราชื่นชมและถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว ภารกิจต่อไปคือการเดินลง ต้องบอกว่า การเดินลงนั้นใช้เวลาต่างจากตอนขาขึ้นมากๆ โดยพวกเราเดินทางตั้งแต่ประมาณ 7 โมง เดินทางโดยใช้เส้นทางเดิมที่เดินขึ้นไป สามารถกลับมาทันรถบัสเที่ยวสุดท้ายรอบ 16.30 โดยปลอดภัยทุกคน ซึ่งจริงๆแล้วถ้าหากใครไม่ทันรถบัสรอบสุดท้าย ยังพอมีโอกาสสุดท้ายคือ แท็กซี่ ซึ่งปกติแล้วจะสามารถกลับได้ช้าสุดคือ 17.00 นะครับ แต่ราคาจะแพงกว่ารถบัสมาก โดยราคาจะประมาณ 8,000-9,000 เยนต่อคันนะครับ

สุดท้ายครับ ผมสรุปสำหรับทริปนี้เลยนะครับ ทริปนี้เรียกได้ว่าเป็นทริปแรกของการเดินเขาครั้งแรกและเป็นทริปที่รวมความทรงจำหลายๆอย่างของผมไว้ ผมไม่อยากเรียกมันว่าเป็นความผิดพลาด เป็นอยากจะบอกว่ามันเป็นการเรียนรู้ครับ เพื่อที่ว่าในวันข้างหน้าจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก จนก่อให้เกิดความสูญเสีย ในการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่พวกเราโชคดีมากครับ ที่ทุกคนสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยทุกคน แต่ผมเชื่อว่าทั้งหมดเป็นเพราะพวกเราห้าคน มีความสามัคคี ช่วยเหลือกัน ประคับประคองกันจนสามารถพากันกลับมาจนถึงบ้านได้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในการที่จะเอาตัวชีวิตรอดกลับมาในสถานการณ์แบบที่ผมเจอนี้ ส่วนเพื่อนๆคนไหนที่อยากจะเดินทางตามรอยมาเพื่อพิสูจน์ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ ผมแนะนำว่า ให้เลือกเป็นการเดินทาง 3 วัน 2 คืนเป็นอย่างน้อยครับ โดยเลือกที่จะหยุดพักที่จุดพักทั้งสองที่ แล้วเดินกลับลงในวันสุดท้ายครับ และถ้าหากข้อผิดพลาดในการเดินทาง ผมแนะนำว่าให้ถอยกลับครับ อย่าฝืนเดินต่อ เพราะเขานี้ อันตรายและมีข่าวเรื่องคนตกลงมาตายที่นี่เป็นจำนวนไม่น้อยเลยครับ (พี่ที่ไปด้วยเพิ่งบอกตอนกลับมาแล้ว ดีนะที่ไม่บอกตอนปีน ๕๕๕) ยังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อนครับ ครั้งนี้ไม่สำเร็จยังไง ครั้งหน้าก็ยังมาได้ครับ

และผมขอลาไปด้วยภาพฟูจิซังยามเช้าที่ผมถ่ายมาด้วยกล้อง DSLR จากทริปนี้ละกันนะครับ

DSC_0725_1 copy

ขอบคุณทุกคนมากๆครับที่ตามอ่านกันมาจนจบ ถ้าผมเขียนตรงไหนไม่ดีหรืออ่านเข้าใจยากยังไง ทิ้งความเห็นกันไว้ได้ครับ ผมจะได้นำมาปรับปรุงการเขียนครั้งต่อๆไปให้ดีขึ้น

ยังไงวันนี้ก็ขอลาไปก่อนครับ แล้วตอนหน้าผมจะเอาอะไรมาเขียน อย่าลืมติดตามกันนะครับ สวัสดีครับ