สวัสดีครับ หลังจากที่ได้เคยไปเขียนโพสในพันทิพไปทีหนึ่ง แล้วเริ่มติดใจ อยากเขียนเป็นเรื่องเป็นราวต่อๆไป เลยเกิดไอเดียว่า เฮ้ย เราน่าจะมาทำเป็น Blog เลยนะ จะได้ โพสได้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ ว่าจะโพสบ่อยแค่ไหน ขอเริ่มโพสแรกด้วยนำเอารีวิวแรกในชีวิตมามาเก็บไว้ที่นี้ก่อนเลยครับ มาเริ่มกันเลยครับ กับ งานเทศกาลคาวาซุซากุระ (河津桜まつり)

Japan_033_1 copy_01

พูดถึงซากุระ เพื่อนๆหลายคนอาจจะสงสัยว่า ซากุระยังไม่บานนิ ทำไมผมถึงไปดูซากุระได้

คำตอบไม่ได้ซับซ้อนเลย ที่จริงแล้ว ซากุระนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีลักษณะและเวลาที่บานแตกต่างกันไป โดยสายพันธุ์ที่จะได้เห็นนี้ เป็นซากุระสายพันธุ์ที่ชื่อว่าทางวิทยาศาสตร์ว่า Kawadzuzakura CERASUS lannesiana Carriere เป็นซากุระสายพันธุ์ผสมครับ ซึ่งซากุระนี้ปกติจะบานก่อนหน้าซากุระทั่วไปที่เห็นในโตเกียวหรือเมืองอื่นๆ เพราะด้วยการที่บานก่อนชาวบ้าน ทำให้ผู้คนนิยมที่จะไปชมและร่วมงานเทศกาลก่อนซากุระที่อื่นจะบานครับ

การชมดอกไม้ในญี่ปุ่น เท่าที่ผมทราบ ในประเทศนี้จะมีการชมซากุระสองแบบหลักๆครับ

แบบแรก ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Ohanami (お花見) โดยการชมดอกซากุระแบบนี้ คือการที่ไปนั่งตั้งโต๊ะกันท่ามกลางดงดอกซากุระ ซึ่งหลายท่านอาจจะได้มีโอกาสไปที่โตเกียว หรือเกียวโต โดยการชมแบบนี้ ส่วนมากคนญี่ปุ่นจะชมดอกซากุระไป พร้อมกับการกินเหล้าไปพร้อมๆกันครับ

ส่วนอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นแบบที่จัดที่เมืองคาวาซุนี้ คือ ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Omatsuri (お祭り) ถ้าให้เรียกง่ายๆ ก็เหมือนเป็นงานเทศกาลทั่วไปของบ้านเราเนี่ยละครับ แต่คนญี่ปุ่นจะไปจัดในที่ๆมีซากุระอยู่ โดยภายในงานหลักๆ ก็จะมีของกินขายตามตลอดเส้นทาง คล้ายกับถนนคนเดินบ้านเรา ซึ่งบางทีของที่ขายต่างๆก็จะผสมดอกซากุระเข้าไปด้วย

Japan_032_1 copy_01

ในการเที่ยวงานเทศกาลนี้ โดยปกติจะจัด ช่วงปลายเดือนกุมภาไปต้นเดือนมีนาครับ โดยจัดที่เมืองคาวาซุ (河津) จังหวัดชุสิโอกะ การเดินทางที่น่าจะสะดวกที่สุด คือ เดินทางโดยรถไฟครับ มาลงที่สถานี Kawazu หากเดินทางมาจากโตเกียวก็จะใช้เวลาประมาณ สองถึงสามชั่วโมงครับ

ในเส้นนี้ก็จะมีรถไฟสายด่วนพิเศษ ชื่อ Super View Odoriko วิ่งครับ โดยจะวิ่งเลียบเลาะไปตามชายทะเล ซึ่งภายในตัวรถก็จะมีกระจกข้างบานใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางได้ชื่นชมบรรยากาศสองข้างทางครับ ถ้าเพื่อนๆคนไหนที่ชอบชมบรรยากาศระหว่างการเดินทาง รถไฟสายนี้ก็เป็นหนึ่งในรถไฟที่น่าสนใจครับ ซึ่งถ้าจำไม่ผิด รถไฟสายนี้จะไม่สามารถใช้ JR Pass นะครับ เพราะเนื่องด้วยเป็นรถไฟที่วิ่งบนรางของรถไฟเอกชนครับ ขอให้เพื่อนๆระวังกันด้วยนะครับ

DSC_5821_1 copy_01

หลังจากเดินทางมาถึงที่หมายแล้ว ก็สามารถที่จะหาข้อมูลหรือแผนที่ได้ที่สถานีเลยครับ โดยในแผนที่ ก็จะบอกถึงสถานที่ที่น่าสนใจต่างๆ ในงานเทศกาลนะ โดยประกอบไปด้วย สถานที่หลักๆคือ ต้นซากุระ น้ำพุร้อน อย่างเช่นในตัวอย่างข้างล่างครับ

1394711057-hikingmap0-o.jpg

ขอบคุณภาพจาก Kawazu onzen

ซึ่งถ้าเป็นช่วงหน้าเทศกาล คนญี่ปุ่นที่เป็นคนท้องที่ก็จะใส่ชุดสีสันสดใส และออกมาค่อยบริการบอกทางหรือให้สอบถามข้อมูลได้อย่างที่เห็นในภาพครับ แต่ถ้าจะสอบถาม อาจจะต้องพูดภาษาญี่ปุ่นนะคร้าบบบบบ

Japan_015_1 copy_01

ซึ่งถ้าเดินตามแผนที่มาเรื่อยๆ จนถึงทางแม่น้ำ ก็จะพบต้นซากุระ เรียงรายตลอดแนวแม่น้ำเลยทีเดียว ซึ่งส่วนตัว ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินดูต้นซากุระในเมือง มาสัมผัสบรรยากาศที่บริเวณนอกเมืองบ้าง ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเหมือนกันครับ

Japan_025_1 copy_01

และแน่นอน เมื่อมาถึงที่นี้ ก็ไม่ควรจะแวะเวียนไป ดูและถ่ายรูปคู่กับต้นซากุระขนาดใหญ่ยักษ์นะครับ ผมไม่แน่ใจเรื่องอายุเหมือนกัน แต่คิดว่าน่าจะเก่าแก่พอสมควร ซึ่งจากแผนที่ข้างบนจะเป็นจุดเบอร์ 2 นั้นเองครับ

Japan_028_1 copy_01

เสร็จจากถ่ายรูปกับต้นซากุระแบบใหญ่ยักษ์แล้ว ก็เปลี่ยนบรรยากาศกลับเข้ามาตรงส่วนริมสองฝั่งแม่น้ำ อย่างที่ได้กล่าวไป สองฝั่งแม่น้ำนี้ จะเต็มไปด้วยต้นซากุระ และก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน

DSC_5644_1 copy_01

ซึ่งในงานเทศกาลนี้ จะมีของขายตามข้างทางมากๆมาย จึงทำให้คนญี่ปุ่นเองก็นิยมใช้ที่นี้เป็นหนึ่งในที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือบ้างก็ใช้เป็นสถานที่เล่นกับลูกๆครับ

DSC_5612_1 copy_01

หรือบ้างก็ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งเพื่อนๆคนไหนที่ชอบปั้นจักรยาน จะลองเอาจักรยานไปปั้นท่ามกลางซากุระก็คงจะสนุกไปอีกแบบนะครับ

DSC_5754_1 copy_01

ที่นี้ นอกจากซากุระแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อน หรือที่เรารู้จักกันในนามออนเซน (温泉, Onsen) นั้นเอง ซึ่งถ้าใครอยากจะลองไปแช่ก็ได้ หรือหากไม่มีเวลามาก ในบริเวณงานเทศกาลก็จะมีบ่อน้ำร้อนให้แช่เท้า ให้หายเมื่อล้าจากการเดินชมงานเทศกาลก็ได้ครับ ซึ่งคือ เบอร์ 5, 7 ในแผนที่นั้นเองครับ

และที่หมายเลข 7 ก็เป็นจุดที่มีไฮไลต์อีกจุด ก็คือน้ำพุร้อนครับ โดยน้ำพุร้อนจะพุงขึ้นเป็นเวลา และพุ่งขึ้นไปสูงถึง 30 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งในบริเวณที่ให้ชมก็จะเป็นบริเวณเปิดกว้าง ขณะชมก็อย่าลืมระวังน้ำร้อนร่วงมาใส่ตัวกันด้วยนะครับ

DSC_5722_1 copy_01

และเนื่องจากที่นี้ อะไรๆก็เป็นซากุระ ทำให้แม้แต่ของกินก็ผสมซากุระลงไป หากใครที่ได้มาที่นี้ ก็อย่าลืมทดลองชิมกันนะครับ ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอุด้ง หรือโซบะ

1394713276-2014030813-o copy_01

หรือจะเป็นซอฟครีม

1394713297-2014030810-o copy copy

และก็ไม่เว้นแม้กระทั่งขนมยอดฮิตจากการ์ตูนเจ้าแมวสีฟ้า โดราเอม่อนด้วย

1394713334-2014030813-o copy_01

และไฮไลต์สุดท้าย ที่อาจจะไม่มีในหนังสือแนะนำท่องเที่ยว แต่เจ้านี้ นับว่าเป็นสิ่งที่อยู่กับต้นซากุระเลยก็ว่าได้ นั้นก็คือ เจ้านก Japanese White-Eye นั้นเอง หรือที่มีเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Mejiro (目白) นกชนิดนี้เป็นนกที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อที่ได้นั้นก็ได้มาจากที่ว่าบริเวณรอบดวงตาของนกชนิดนี้ จะมีวงกลมสีขาวล้อมรอบอยู่ครับ โดยนกชนิดนี้อาจจะเรียกได้ว่า เป็นนกที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยกันดีมากเลยก็ว่าได้ครับ จากที่ได้สอบถามเพื่อนที่ชอบเรื่องการดูนก พบว่า ถ้าหากช่วงฤดูหนาวที่หนาวมาก อาจจะอพยพมาถึงภาคเหนือของบ้านเราเลยทีเดียว

DSC_5770 copy_01

วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ