หลังจากที่ทางรัฐบาลไทยประกาศปิดสนามบิน ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนและลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน เฉพาะไฟล์ทบินพิเศษเท่านั้นที่ยังสามารถบินเข้าประเทศได้ และหลังจากเข้าประเทศ ผู้โดยสารยังต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน วันนี้ผมจะมารีวิวประสบการณ์ตั้งแต่ลงทะเบียนจนกระทั่งได้รับสิทธิให้บินกลับประเทศไทยให้ฟังกันครับ

เริ่มที่ผมได้มาทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัย UC Berkeley ตั้งแต่ปลายปี 2019 ช่วงแรกที่ได้ยินข่าวเรื่องไวรัส Covid-19 ระบาด ตอนแรกก็มีการกลัวๆอยู่บ้าง แต่ในช่วงแรกตัวเลขผู้ติดเชื้อของประเทศสหรัฐอเมริกายังค่อนข้างน้อย ทางมหาวิทยาลัยและแลปที่ทำวิจัยอยู่ยังคงเปิดทำการตามปกติ ผมจึงไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้ เนื่องจากงานวิจัยที่ยังต้องทำอยู่ จนถึงเมื่อต้นเดือนมีนาคม สถานการณ์ทั่วโลกเริ่มออกอาการว่า ไม่ไหวแล้ว ระบาดกันหนักไปทั่ว และช่วงกลางเดือนมีนาคม ทั้งมหาวิทยาลัยและแลปก็ประกาศให้ปิดทำการให้ทุกคนทำงานจากบ้าน หรือที่เรียกว่า Shelter in Place ช่วงนั้นก็เริ่มมีคนที่จะกลับไทย จนมาตัดสินใจว่าจะกลับเอาจริงๆ ช่วงต้นเมษายน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ช่วงต้นเมษาทางการไทยได้ประกาศปิดสนามบินเป็นที่เรียบร้อย

ประกาศจากทางการไทยห้ามอากาศยานบินเข้าไทยครั้งที่ 1

ตั๋วที่จองไว้ว่าจะกลับช่วงกลางเมษายนกับสายการบิน United ก็ต้องทำการเลื่อนไป จากประกาศแรกประเทศไทยอาจจะทำการเปิดสนามบินอีกที วันที่ 18 เมษายน แต่สายการบิน United ใช้บริการร่วมกับ ANA บินจากญี่ปุ่นไปไทย ซึ่งหยุดบริการบินบางเส้นทางชั่วคราว ทำให้ตั๋วที่เลื่อนไป ต้องเลื่อนไปวันที่ 25 เมษายนแทน

ประกาศจากทางการไทยห้ามอากาศยานบินเข้าไทยครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ทั้งทางการไทยและสายการบิน ANA ได้ประกาศขยายเวลาเข้าไปอีก โดยทางการไทยประกาศยืดถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ส่วน ANA ยืดไปถึง 15 พฤษภาคม จากสถานการณ์ตอนนั้นผมเริ่มมั่นใจแล้วว่า ถ้ายังบินผ่านประเทศญี่ปุ่น น่าจะไม่ได้กลับประเทศไทยแน่ๆ จึงเริ่มมองหาช่องทางอื่น จากสถานการณ์ตอนนั้นเส้นทางกลับประเทศไทยจากสหรัฐอเมริกา มีประมาณ 3 เส้น คือ ผ่านประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และไตัหวัน ซึ่งเส้นทางที่มีปัญหาน้อยที่สุดและพบว่า ทางการไทยให้บินเข้าประเทศไทยคือเส้นทางบินที่ผ่านเกาหลี ผมจึงตัดสินใจจองตั๋วกลับประเทศไทยกับสายการบิน Delta ซึ่งจะใช้เส้นทางร่วมกับสายการบิน Korean Air ในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งในตอนนั้น ผมก็ได้ทำการลงทะเบียนและแจ้งความต้องการกลับประเทศไทยกับทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เพื่อหวังว่าจะได้รับสิทธิให้บินกลับไทยกับเที่ยวบินพิเศษ

ประกาศจากทางการไทยห้ามอากาศยานบินเข้าไทยครั้งที่ 3

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 เมษายน ทางการไทยประกาศขยายเวลาอีกครั้ง ตอนนั้นบอกเลยว่า ท้อครับ ตั๋วทั้งหมดที่อยู่ในมือทำได้แค่เลื่อนหรือไม่ก็เก็บเป็นเครดิตที่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่ นอกจากนั้นทางมหาวิทยาลัยและแลปเองก็เลื่อนเวลาเปิดทำการไปอีก ทำให้งานวิจัยที่ทำก็ไม่รู้ว่าจะได้เข้าไปทำต่อเมื่อไหร่

ประกาศจากทางการไทยห้ามอากาศยานบินเข้าไทยครั้งที่ 4

หลังจากสิ้นหวังไปได้ราวๆอาทิตย์หนึ่ง เวลาแห่งความยินดีก็มาถึง ผมก็ได้รับอีเมล์จากทางสถานทูตว่าได้รับสิทธิให้กลับประเทศไทยผ่านเที่ยวบินพิเศษ โดยจะถึงไทยวันที่ 10 พฤษภาคม รายละเอียดคร่าวๆคือ ทางสถานทูตร่วมสายการบิน Korean Air จัดเที่ยวบินให้คนไทยที่ได้รับเลือกให้กลับประเทศไทย คนไทยที่ได้รับเลือกต้องทำการติดต่อ Korean Air เพื่อทำการออกตั๋วจาก 4 สนามบินที่ได้รับเลือกและต้องบินเข้าไทยในวันที่ 10 ผ่านไฟล์ท KE651 เท่านั้น ซึ่งผมอยู่ที่ Berkeley สนามบินที่ใกล้ที่สุด ก็คือ SFO (สนามบิน San Francisco) ต่อเครื่องบินภายในประเทศไปยัง LAX (สนามบิน Los Angeles) เพื่อที่จะไปเข้าเส้นทางตามที่สถานทูตกำหนดไว้

รายชื่อสนามบินที่สถานทูตจัดให้มีไฟล์ทไปเกาหลี

ในการออกตั๋วสามารถทำได้สองทาง คือติดต่อกับทาง KE (Korean Air) ที่ไทยกับติดต่อ KE ที่สหรัฐอเมริกาผ่านเอเจนซี่ที่ทางสถานทูตกำหนด เพราะ KE ที่สหรัฐอเมริกาไม่สามารถรับเรื่องได้โดยตรงจากสถานทูตไทยใน สหรัฐอเมริกาได้ ตอนแรกผมเลือกที่จะติดต่อกับเอเจนซี่ที่สถานทูตจัดการมาให้ แต่เอเจนซี่ของทางสถานทูตติดต่อมาช้ามาก ไฟล์ทผมถึงไทยวันที่ 10 ต้องบินออกจาก SFO วันที่ 8 แต่วันที่ 6 ก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเรื่องตั๋วซักที ผมเลยลองโทรศัพท์เข้าไปหา KE ที่สหรัฐอเมริกาเอง ซึ่งก็เป็นไปตามที่ได้รับแจ้งคือ ทางอเมริกา ไม่รู้เรื่องเที่ยวบินพิเศษและไม่สามารถออกตั๋วให้ได้ เพราะไฟล์ทดังกล่าวไม่สามารถบินได้ ด้วยความล่าช้าและกลัวว่าจะไม่ทันบินวันที่ 8 ผมจึงให้คนที่ไทยติดต่อเข้